ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิตในบ้าน” มากขึ้น การพัฒนาเครื่องใช้ภายในบ้านจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่ประสิทธิภาพหรือฟังก์ชันพื้นฐานอีกต่อไป แต่ต้องสามารถเชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตจริงได้อย่างลงตัว Rinnai แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าและแก๊สจากญี่ปุ่น เดินหน้าสื่อสารแนวคิด “Heat is Home” ที่สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของเทคโนโลยีความร้อน จากเพียงเครื่องมือ สู่การเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน

ภายในงานสถาปนิก’69 นายสมพล ปรีชาวุฒินันท์ ผู้จัดการทั่วไป (General Manager) บริษัท รินไน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “แนวคิด ‘Heat is Home’ มุ่งเปลี่ยนความร้อนให้เป็นความสะดวกสบายและช่วงเวลาที่มีคุณภาพในบ้าน เราไม่ได้มองเพียงการทำงานของสินค้า แต่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่ผู้ใช้งานได้รับจริงในชีวิตประจำวัน”
“ในมุมของการพัฒนาเทคโนโลยี เราให้ความสำคัญทั้งความปลอดภัย การใช้งานที่ง่าย และประสบการณ์ของผู้ใช้ โดยเฉพาะในครัวและเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งต้องตอบโจทย์การใช้งานจริง และช่วยให้ผู้บริโภคใช้ชีวิตได้สะดวกและมั่นใจมากขึ้น”

ทั้งนี้ บริษัทมองว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับ “คุณค่า” หลังการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยลดเวลาในการทำอาหาร เพื่อเพิ่มช่วงเวลาร่วมกันของครอบครัว หรือการใช้น้ำอุ่นที่ช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย ส่งผลให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้องตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพและประสบการณ์ในการใช้งานควบคู่กัน

สำหรับบทบาทของ “ครัว” ในบ้านยุคใหม่ ได้เปลี่ยนจากพื้นที่ใช้งานเฉพาะกิจ ไปสู่พื้นที่ที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยมากขึ้น รินไนจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ควบคู่กับความสะดวกในการใช้งาน โดยเฉพาะระบบ Si Sensor ที่ถูกติดตั้งในเตาแก๊ส ซึ่งสามารถตรวจจับอุณหภูมิและควบคุมการทำงานโดยอัตโนมัติ เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุในครัวเรือน และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งาน
นอกจากนี้ ด้วยศักยภาพของการเป็นแบรนด์ระดับโลก รินไนยังนำองค์ความรู้จากหลากหลายประเทศมาปรับใช้กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับแต่ละตลาด โดยในประเทศไทย บริษัทได้นำเทคโนโลยี Ultra Fine Bubbles (UFB) จากญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้กับเครื่องทำน้ำอุ่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาด และตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคในภูมิภาค
การเข้าร่วมงานสถาปนิก’69 ในครั้งนี้ บริษัทมุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนแนวคิดการพัฒนาอย่างครบมิติ ทั้งด้านความปลอดภัย การใช้งานที่ง่าย และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ในครัวที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

ในด้านแนวโน้มตลาด “Smart Kitchen” แม้จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการนำเทคโนโลยี IoT มาใช้งาน แต่รินไนมองว่าความอัจฉริยะต้องสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทมีแผนพัฒนาเทคโนโลยีที่รองรับการทำงานแบบอัตโนมัติ เช่น ระบบควบคุมการปรุงอาหารผ่านแอปพลิเคชัน รวมถึงอุปกรณ์เสริมที่ช่วยลดขั้นตอนในการทำอาหารและคงคุณค่าทางโภชนาการ
นอกเหนือจากฟังก์ชันการใช้งาน รินไนยังให้ความสำคัญกับการสร้าง “ประสบการณ์เชิงความรู้สึก” ผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ทั้งในด้านดีไซน์ที่ทันสมัย และความสะดวกในการใช้งาน ซึ่งช่วยเสริมความพึงพอใจและความภูมิใจในการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้ แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของรินไนยังคงยึดหลักสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ความปลอดภัย การใช้งานที่สะดวก และการสร้างประสบการณ์ที่ดี ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในการยกระดับบ้านให้เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตและการพักผ่อน

บริษัทคาดหวังว่า การนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมภายในงานจะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจศักยภาพของเครื่องใช้ภายในบ้านมากยิ่งขึ้น และสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ งานสถาปนิก’69 (Architect’69) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยรินไนยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับบทบาทของเทคโนโลยีความร้อนให้เป็นมากกว่าพลังงาน และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสะดวกสบายและความอบอุ่นในบ้านยุคใหม่อย่างแท้จริง





ใส่ความเห็น