มหาวิทยาลัยรังสิต โดยวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ร่วมกับ คณะรังสีเทคนิค เปิดหลักสูตร วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ (Master of Engineering Program in Biomedical Engineering : M.Eng.) รูปแบบ Pre-Degree (4+1) สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขารังสีเทคนิค เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีสุขภาพ พร้อมตอบสนองความต้องการของระบบบริการสุขภาพในยุคดิจิทัล และอุตสาหกรรมการแพทย์แห่งอนาคต

          รองศาสตราจารย์ นันทชัย ทองแป้น คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ร่วมกับ คณะรังสีเทคนิค เปิดหลักสูตร วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ (Master of Engineering Program in Biomedical Engineering : M.Eng.) รูปแบบ Pre-Degree (4+1) สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขารังสีเทคนิค หลักสูตรดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างสองคณะที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้าน วิศวกรรมชีวการแพทย์ และรังสีเทคนิค เข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนานักศึกษาให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการแก้ไขปัญหาและสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์ โดยเฉพาะในงานด้านรังสีเทคนิคและการวินิจฉัยทางการแพทย์

          ปัจจุบัน เทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบบริการสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) การวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ (Medical Imaging) ระบบสุขภาพอัจฉริยะ (Smart Healthcare) การบริหารจัดการเทคโนโลยีสุขภาพ (Health Technology Management) วัสดุชีวภาพที่ยั่งยืนสำหรับงานรังสีวิทยา (Sustainable Biomaterials for Radiology) ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ (Biomedical Innovation) ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญที่บุคลากรทางรังสีเทคนิคจำเป็นต้องมี เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วย

          โดยผู้เรียนในหลักสูตรนี้จะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิของทั้งวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์และคณะรังสีเทคนิค ผ่านการเรียนการสอน การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน ทำให้นักศึกษามีมุมมองแบบสหวิทยาการ สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางด้านวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์สุขภาพสู่การประยุกต์ใช้งานจริง ทั้งในโรงพยาบาล สถานพยาบาล ศูนย์วิจัย และภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์

          ทั้งนี้ ผู้เรียนจะได้รับวุฒิ วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ (วศ.ม.) พร้อมด้วยองค์ความรู้และสมรรถนะที่สามารถต่อยอดสู่การเป็นนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสุขภาพ และผู้พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ ตลอดจนมีความพร้อมในการศึกษาต่อในระดับนานาชาติ และก้าวสู่สายอาชีพในหลากหลายภาคส่วน ทั้งสถาบันการศึกษา โรงพยาบาล หน่วยงานด้านการวิจัย และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์ โดยหลักสูตรมุ่งผลิตบัณฑิตที่มีศักยภาพในการสร้างองค์ความรู้และพัฒนางานวิจัยที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและสังคมโลก พร้อมขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อยกระดับระบบสุขภาพและสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

สำหรับจุดเด่นของหลักสูตร Pre-Degree (4+1) คือ

          • ลดระยะเวลาศึกษาจากเส้นทางปกติลง 1 ปีการศึกษา

          • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทภายใน 5 ปี

          • สามารถต่อยอดหัวข้อวิจัยระดับปริญญาตรีสู่ระดับปริญญาโทได้อย่างต่อเนื่อง

          • ส่งเสริมการเรียนรู้แบบไร้รอยต่อ (Seamless Learning)

          • เรียนและทำวิจัยร่วมกับคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองสาขาวิชา

          • มุ่งเน้นองค์ความรู้ด้าน Medical AI, Medical Imaging, Smart Healthcare, Health Technology Management , Sustainable Biomaterials for Radiology และ Biomedical Innovation

          • จัดการเรียนการสอนเฉพาะ วันเสาร์–อาทิตย์ เหมาะสำหรับนักศึกษาที่ต้องการวางแผนการเรียนควบคู่กับการทำงาน

          • สนับสนุนทุนวิจัยสูงสุด 20,000 บาท

          • มอบส่วนลดค่าหน่วยกิต 20% สำหรับรายวิชาระดับปริญญาโทที่ลงทะเบียนในโครงการ

          • พัฒนาศักยภาพสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และผู้นำด้านเทคโนโลยีสุขภาพในอนาคต

 คุณสมบัติผู้สมัคร

          • กำลังศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 3 สาขารังสีเทคนิค

          • มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX) ไม่น้อยกว่า 3.00

          “หลักสูตร Pre-Degree (4+1) ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยรังสิตในการพัฒนาหลักสูตรที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการแพทย์และความต้องการของตลาดแรงงานในศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งผลิตบัณฑิตที่มีทั้งความเชี่ยวชาญด้านรังสีเทคนิคและวิศวกรรมชีวการแพทย์ สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรม ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบสุขภาพอัจฉริยะ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาวงการสาธารณสุขของประเทศอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ หลักสูตรยังมุ่งพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้มีความพร้อมสำหรับการศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยในระดับนานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสในการพัฒนาผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก บัณฑิตสามารถก้าวสู่สายอาชีพแห่งอนาคตได้อย่างหลากหลาย

          อย่างไรก็ตาม ด้วยการออกแบบหลักสูตรที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของภาคอุตสาหกรรมสุขภาพ หลักสูตร Pre-Degree (4+1) จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญสำหรับนักศึกษารังสีเทคนิคที่ต้องการยกระดับความเชี่ยวชาญ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ในอนาคต” คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ กล่าว

*****************************************


ค้นพบเพิ่มเติมจาก Sabaidee Thailand

สมัครสมาชิกเพื่อรับเรื่องล่าสุดที่ส่งไปยังอีเมลของคุณ.

ใส่ความเห็น

ค้นพบเพิ่มเติมจาก Sabaidee Thailand

สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่ออ่านต่อและเข้าถึงคลังเก็บทั้งหมด.

อ่านต่อ