ในยุคที่ “เทคโนโลยี” ไม่ใช่เพียงเครื่องมือ แต่คือโครงสร้างพื้นฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจ หนึ่งในเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญแต่ยังไม่ถูกพูดถึงมากนักในสังคมไทย คือ “ระบบจำลอง” หรือ Simulatorเบื้องหลังการฝึกนักบิน การควบคุมจราจรทางอากาศ ไปจนถึงการฝึกปฏิบัติการด้านความมั่นคง ล้วนต้องอาศัยเทคโนโลยีนี้เป็นแกนหลัก และในวันที่ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นส่วนใหญ่ ได้มีผู้ประกอบการไทยที่เลือก “พัฒนาเอง” อย่างจริงจัง “พลชนะ คงนนท์” คือหนึ่งในนั้น

       นายพลชนะ คงนนท์ ศิษย์เก่าสาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และอาจารย์พิเศษ วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท DOF International Group จำกัด เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2564 ได้มาเป็นอาจารย์พิเศษและเป็นที่ปรึกษาโปรเจกต์ที่วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เห็นศักยภาพของชิ้นงานที่นักศึกษาทำขึ้นว่าสามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพและสร้างรายได้จริงได้ จึงเข้าไปหารือกับสำนักงานบ่มเพาะธุรกิจและทรัพย์สินทางปัญญา ของมหาวิทยาลัย จึงต่อยอดโดยเข้าร่วมโครงการประกวด Startup ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับทุนสนับสนุนจำนวน 1,500,000 บาท เพื่อนำพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบและทดสอบตลาด จนสามารถต่อยอดเป็นธุรกิจที่มีผู้ร่วมลงทุน และดำเนินกิจการต่อเนื่องมาจนเข้าสู่ปีที่ 5

DOF International Group กับการ “สร้างเอง” ในตลาดที่ยังพึ่งพานำเข้า

       ปัจจุบันตลาด Simulator ในประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มเติบโตและพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยผู้ประกอบการในประเทศส่วนใหญ่ทำหน้าที่เป็นผู้ติดตั้ง (System Integrator) แต่สิ่งที่ทำให้ DOF International Group แตกต่าง คือการเป็น “ผู้พัฒนาและผลิตเอง” ครบวงจร ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงระบบควบคุม ผลิตภัณฑ์ของบริษัทครอบคลุมหลากหลายมิติ ได้แก่ เครื่องช่วยฝึกขับรถยนต์ รถแข่ง และรถฟอร์คลิฟต์ เครื่องช่วยฝึกบิน (Flight Simulator) ระบบจำลองการยิงปืน เช่น ปืนสั้น, AR15 และ M16 ระบบจำลองหอบังคับการบิน (ATC – Air Traffic Control) และการออกแบบวงจร PCB และระบบเซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น ซึ่งแนวทางนี้ไม่เพียงช่วยลดการนำเข้า แต่ยังสร้าง “องค์ความรู้ภายในประเทศ” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงทางเทคโนโลยีในระยะยาว

โมเดลการเติบโตของ DOF ไม่ได้เริ่มจากการนำเข้าเทคโนโลยีมาจำหน่าย แต่เลือก “สร้างองค์ความรู้และพัฒนาเทคโนโลยีเอง” ตั้งแต่ต้น

ความเชื่อมั่นจากภาครัฐและข้อได้เปรียบในอุตสาหกรรม

       ปัจจุบัน ลูกค้ากว่า 80% ของบริษัทอยู่ในกลุ่มภาครัฐ (B2G) เช่น กองทัพ ตำรวจ สถาบันการบิน และสถาบันการศึกษา สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพของเทคโนโลยีไทย ซึ่งในขณะเดียวกัน บริษัทยังขยายสู่ภาคเอกชนและผู้บริโภคทั่วไป ผ่านการจัดแสดงในงานระดับประเทศ เช่น Bangkok Motor Show และ Defense & Security โดยหนึ่งในจุดแข็งสำคัญคือการให้บริการแบบ One-Stop Service ตั้งแต่การออกแบบจนถึงบริการหลังการขาย ซึ่งสามารถซ่อมบำรุงได้ภายใน 48 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรอผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่ช่วยลดการพึ่งพาต่างประเทศ และเพิ่มความน่าเชื่อถือทางเทคโนโลยีให้กับองค์กรผู้ใช้งาน

ปั้นบุคลากรไทย สู่มาตรฐานสากล

DOF International Group ไม่ได้มุ่งเพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน โดยมีโครงการแลกเปลี่ยนวิศวกรไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี และจีน เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีขั้นสูง และสอบใบรับรองในระดับสากล ในขณะเดียวกันบริษัทยังเปิดรับนักศึกษาฝึกงานและคัดเลือกเข้าทำงานจริงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีพนักงานที่เป็นศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยรังสิตถึง 80% ที่สะท้อนถึงโมเดล “จากห้องเรียนสู่ภาคอุตสาหกรรม” ที่เกิดขึ้นจริง

โอกาสทางอาชีพและทักษะที่จำเป็นสำหรับวิศวกรรุ่นใหม่

       สายงานนี้ถือเป็นตลาดที่เป็น Specialist (ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง) และยังมีคู่แข่งน้อยรายในไทย ทำให้มีโอกาสเติบโตสูง เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก แม้ประเทศไทยจะมีนักพัฒนาซอฟต์แวร์จำนวนมาก แต่กลับยังขาดแคลนวิศวกรด้านฮาร์ดแวร์ โดยเฉพาะในงานที่เกี่ยวข้องกับ Embedded Systems การออกแบบแผงวงจร (PCB) ระบบควบคุมแบบ Real-time และ Mechatronics ซึ่งล้วนเป็นทักษะแกนหลักของการพัฒนา Simulator ตลาดงานในสายนี้มีการแข่งขันต่ำ แต่มีความต้องการสูง กลายเป็น “Blue Ocean Career” สำหรับวิศวกรรุ่นใหม่ สำหรับประเทศไทย หากสามารถพัฒนาเทคโนโลยีของตนเองได้มากขึ้น จะมีโอกาสก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางด้าน Simulation ในภูมิภาคอาเซียน” ได้ในอนาคต เพราะในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว “โอกาส” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของจุดเริ่มต้น แต่อยู่ที่การมองเห็นศักยภาพ และการลงมือทำอย่างจริงจัง “ขอแค่มีความตั้งใจ พร้อมเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง” โครงงานในห้องเรียน” ก็อาจกลายเป็น “อุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ” ได้ หากมีคนกล้าผลักดันให้ไปไกลกว่าที่เคยเป็น

        ทั้งนี้ นายพลชนะ คงนนท์ ได้รับรางวัลวันเชิดชูเกียรติศิษย์เก่าประจำปี 2568 (Rangsit Alumni Awards 2025 & Homecoming) ศิษย์เก่ายอดเยี่ยมระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรังสิต


ค้นพบเพิ่มเติมจาก Sabaidee Thailand

สมัครสมาชิกเพื่อรับเรื่องล่าสุดที่ส่งไปยังอีเมลของคุณ.

ใส่ความเห็น

ค้นพบเพิ่มเติมจาก Sabaidee Thailand

สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่ออ่านต่อและเข้าถึงคลังเก็บทั้งหมด.

อ่านต่อ