
ท่ามกลางกระแสโลกดิจิทัลที่หมุนไว “การปรับตัว” คือทักษะที่สำคัญที่สุด วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ “พี่เจมส์ – อาณดา เทพชาลี” ศิษย์เก่าสาขาวิชาภาษาจีน วิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ปัจจุบันเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายดูดวง เจ้าของช่อง a.gurltarot ทาง Tiktok Youtube และ Instagram ผู้ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความรู้ในห้องเรียน และแพชชันส่วนตัวสามารถหลอมรวมกันจนกลายเป็นอาชีพที่สร้างแรงบันดาลใจและช่วยเหลือผู้คนได้จริง
จุดเริ่มต้นเมื่อ “ภาษาจีน” และ “ไพ่ยิปซี” มาบรรจบกัน หลายคนอาจสงสัยว่าการเรียนภาษาที่ดูจริงจัง กับการเป็นแม่หมอดูดวงมาเจอกันได้อย่างไร
“จริงๆ ต้องบอกว่าการเรียนดูดวงเริ่มมาพร้อมๆ กับการเรียนภาษาจีนที่ ม.รังสิต เลยค่ะ เริ่มจากความชอบในงานศิลปะบนหน้าไพ่ 78 ใบ จนอยากดีไซน์ไพ่เป็นของตัวเอง เลยอาศัยช่วงเวลาว่างจากคลาสเรียนอ่านหนังสือคู่มือและฝึกเล่นกับเพื่อนๆ ส่วนการเป็น Content Creator นั้นเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่เข้ามาเติมเต็มหลังจากเรียนจบค่ะ”
กะเทาะเปลือกประสบการณ์ที่หลากหลาย สู่การปั้นช่องแบบ ‘One Person Team’
เส้นทางอาชีพของพี่เจมส์ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ตอนนั้นเรียนจบในช่วงคาบเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นช่วงที่อาชีพ Content Creator ยังไม่บูมเท่าปัจจุบัน แต่เจมส์ก็เลือกที่จะ “พุ่งชน” โอกาส

“หลังจากที่เรียนจบมาก็เป็นครูสอนภาษาจีน เป็นหลักสูตรภาษาจีนและศิลปะเพื่อการดำเนินชีวิต แต่นั่นหล่ะค่ะเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น โควิดรอบแรกมาเลย ทุกคนต้องหยุดอยู่บ้าน คลาสเรียนก็ต้องหยุดไป จากนั้นก็มาเปิดร้านเครปแป้งจี่ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าค่ะ เป็นค้าสนุกสนาน จนกระทั่งสถานการณ์โรคระบาดกลับมาระลอกที่ 2 ก็จำต้องปิดร้านไปค่ะ เจมส์ย้ายกลับมาที่ภูเก็ต ทำงานเป็น AE บริษัทอสังหา พร้อมกับกับการเริ่มเป็นหมอดูค่ะ ปัจจุบันเจมส์บริหารจัดการช่องของตัวเองแบบตัวคนเดียวร้อยตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น Project Manager วางแผนภาพรวม ทำ Content Writer & Graphic Designer เขียนบทความและออกแบบ Artwork (ด้วย Canva) ตัดต่อคลิปวิดีโอ ตอบแชทดูแลลูกเพจ สำหรับกระบวนการทำคอนเทนต์ Pick A Card ในแบบฉบับเจมส์ เราจะทำ Research หาหัวข้อที่คนกำลังอิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การงาน การเงิน และก็เปิดไพ่ตามหัวข้อค่ะ จริงๆ แล้วบทบาทของการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ มันมีความยาก มีปัญหามีอุปสรรคแน่นอนค่ะ ในส่วนของเจมส์เองที่เจอจะเป็นเรื่องของความกดดันเกี่ยวกับการคิดคอนเทนต์ การดูดวง เราจะไปตามอัพเดตเทรนด์ตลอดเวลาได้อย่างไรบ้าง หัวข้อการดูดวงเราปรับให้ตรงกับความสนใจของผู้ชมได้ไหมอย่างไรบ้าง ที่กดดันคือตัวเราเองต้องหาแรงบันดาลใจเยอะๆ เอาจริงๆ ก็ไม่ได้ทำได้ทุกครั้ง บางวันก็คิดไม่ออก บางวันก็คิดแล้วแต่ไม่สุด ตลาดหมอดูตอนนี้ก็มีความหลากหลายมากๆ ค่ะ ศาสตร์ และวีธีการดูดวงของเราจะต้องมีไฮไลท์อย่างไร เราจะรักษาลูกค้าเก่าด้วยคอนเทนต์แบบใด และสร้างความน่าสนใจดึงดูดดกลุ่มคนดู คนฟังหน้าใหม่อย่างไร”
8 ปีแห่งการทำนาย: มากกว่า “ความแม่น” คือการ “เยียวยาหัวใจ”
ตลอด 8 ปีในสายมู พี่เจมส์เจอเรื่องราวมากมาย แต่มีเคสหนึ่งที่เปลี่ยนมุมมองการทำงานของเธอไปตลอดกาล

“ต้องเรียกว่าเป็นสิ่งประทับใจและเป็นเรื่องราวที่เราได้เรียนรู้ไปในขณะเดียวกันเลยค่ะ ด้วยคนที่มาดูดวงส่วนใหญ่ 90% ก็คือมีเรื่องไม่สบายใจ และด้วยตัวเราเอง เรามักจะได้รับบทบาทเป็นที่ปรึกษาของกลุ่มเพื่อนอยู่แล้ว ก็เลยมีสกิลในการรับฟังค่ะ บทบาทที่นอกจากดูดวงก็ยังเป็นที่ปรึกษาเป็นเพื่อนให้กับคนที่มาดูดวงด้วยค่ะ และรีวิวที่เรา Want แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องเป็น ‘ดูดวงแม่นมากเลยค่ะ’ แต่รีวิวที่เรา Need และมักจะได้รับคือ ‘เหมือนดูดวงไปด้วยมีเพื่อนคอยรับฟังไปด้วยค่ะ’ อะไรประมาณนี้ และมีลูกค้าหลายคนเลยค่ะที่กลายมาเป็นเพื่อนกันในชีวิตจริง มีเคสหนึ่งที่พยายามนัดคิวกันนานมากจนได้คุยกัน พอจบการดูดวงเขาก็บอกกับเจมส์ว่า ‘ถ้าวันนี้ไม่ได้คุยกับพี่ สิ่งที่หนูตัดสินใจทำก็คงเป็นการจบชีวิตตัวเอง’ วินาทีนั้นเจมส์รู้เลยว่า อาชีพนี้ไม่ใช่แค่การบอกอนาคต แต่มันคือการเป็นเพื่อนที่รับฟังและช่วยฉุดรั้งคนในวันที่เขามืดแปดด้านที่สุดค่ะ นั่นก็เป็นอีก Point หนึ่งที่ทำให้เราโอเค ทำหน้าที่และอาชีพนี้ต่อไป แล้วก็จะมีงานตรุษจีนของ ม.รังสิตที่เราก็จะมาร่วมงาน เปิดโต๊ะรับดูดวงทุกปี ก็จะได้ Feedback จากน้องๆ ทั้งเอกจีนเอง หรือจะเป็นน้องๆ มัธยมที่มาร่วมงาน เคยมีปีนี้น้องทักเราว่า ‘พี่มีช่องออนไลน์มั้ยคะ หน้าคุ้นจังเลย’ เราก็เปิดให้ดูน้องเขาก็บอกเราว่า ใช่เลยช่องนี้ แม่หนูดูพี่ทุกวันเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆ แค่นี้ก็ปลื้มมากแล้วค่ะ”
“เด็กศิลปศาสตร์” ดีเอ็นเอแห่งความ Open-Minded
แม้ทุกวันนี้พี่เจมส์จะทำอาชีพที่ดูเหมือนไม่ได้ตรงสาย 100% (ปัจจุบันเธอยังทำด้านอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตด้วย) แต่เธอยืนยันว่าภาษาจีน และสังคมศิลปศาสตร์ ม.รังสิต คือรากฐานที่สำคัญ

“การเรียนภาษาทำให้มองโลกกว้างขึ้น เข้าใจวัฒนธรรมและวิธีคิดที่แตกต่าง ทักษะภาษาจีนช่วยให้เจมส์เข้าถึงโอกาสในงานอสังหาริมทรัพย์ และโปรเจกต์ดีลกับชาวจีนอื่นๆ ด้วยค่ะ จำได้ว่าตอนนั้นเจมส์เลือก ม.รังสิต เพราะว่ามีพี่ๆ อาจารย์มาแนะแนวที่โรงเรียน เราแค่รู้สึกว่าฟังแล้วที่นี่น่าไปเรียน เอาจริงๆ ระหว่างที่เรียนไม่ได้ร่วมกิจกรรมของวิทยาลัยเท่าไหร่เลยค่ะ ทำเพียงกิจกรรมในส่วนของสาขาฯ ส่วนเรื่องของความประทับใจที่รู้สึกตราตรึงไปมากกว่าประสบการณ์ที่ได้รับจากรั้วมหาวิทยาลัย จากบ้านศิลปศาสตร์ คือความผูกพัน คอนเนคชั่นที่ยั่งยืน อาจารย์ที่เอกภาษาจีน ยังคงเป็นที่ปรึกษาและคอยสนับสนุนศิษย์เก่าคนนี้เสมอ แม้กระทั่งแวะมาเช็กดวงกันบ้างเป็นครั้งคราว หลายคนมองว่าช่วงนี้ภาษาจีนน่าเรียน เพราะว่าอุตสาหกรรมจีนน่าจะตอบโจทย์ในการประกอบอาชีพ จริงๆ ภาษาจีนก็เรียนยาก แต่ถ้ามันง่ายมันก็ไม่สนุกสิคะ ภาษาคือประตูสู่โลกที่กว้างขึ้น ลองสำรวจตัวเองง่ายๆ ว่าเวลาเล่นโซเชียลเราหยุดดูคอนเทนต์ต่างประเทศไหม ถ้าใช่ แปลว่าใจเราพร้อมแล้ว อย่าไปกลัวการลองผิดลองถูก ชีวิตคือการประยุกต์ใช้ บางอย่างไม่ได้เรียนในห้องเรียน แต่เราหาเรียนได้จากประสบการณ์ค่ะ เจมส์คิดว่า ทักษะที่ใช้ในการประกอบอาชีพ บางครั้งอาจจะไม่ได้มาจากคลาสเรียนในมาหาวิทยาลัย แต่อาจจะเป็นคลาสเรียนชีวิตหรือจากประสบการณ์ต่างๆ ที่เราได้เจอก็ได้ค่ะ บางครั้งชีวิตก็พาเราไปเรียนรู้อะไรต่างๆ มากมายที่ในห้องเรียนมหาวิทยาลัยไม่ได้มีสอน และสิ่งที่มีสอนในมหาวิทยาลัยก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่สามารถนำมาใช้ได้เลย แต่เจมส์มองว่า มันขึ้นอยู่กับแต่ละคน จะหยิบการเรียนรู้จากที่ไหน มาประยุกต์ใช้กับอะไร หรือประกอบอาชีพอะไรในชีวิตมากกว่าค่ะ”
*************





ใส่ความเห็น