นักศึกษาสาขาวิชาการโฆษณาและสื่อสร้างสรรค์ วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ภายใต้การดูแลของ ผศ.ดร.บดินทร์ เดชาบูรณานนท์ อาจารย์ที่ปรึกษา คว้า “รางวัลชนะเลิศ” ผลงานวิจัยประเภทความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ เรื่อง “การรู้เท่าทันการโฆษณาเกินจริงบนแพลตฟอร์ม TikTok” ในงานประชุมวิชาการคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

นางสาวแพรวนภา หงษ์สา นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการโฆษณาและสื่อสร้างสรรค์ วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการวิจัย มาจากการที่เราเห็นคลิปวิดีโอโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมใน TikTok ขึ้นบนหน้าฟีดบ่อย ซึ่งมักจะมาพร้อมกับข้อความโฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ยกตัวอย่าง เช่น “แค่นั่งเฉยๆ ก็เบิร์นได้”, “เผาผลาญไขมันได้แม้ตอนนอน” หรือ “5 วัน ลด 3 กิโล” ซึ่งมียอดวิวสูงมาก ประกอบกับยุคนี้ครีเอเตอร์สามารถปักตะกร้า (Affiliate marketing) ที่ไม่ว่าใครก็ลุกขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอโฆษณาขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเองได้ ยิ่งทำให้คลิปวิดีโอโฆษณาขาดการคัดกรอง ทำให้ผู้บริโภคเริ่มแยกไม่ออก และในวันที่โฆษณาเกินจริงล้นฟีดขนาดนี้ ผู้บริโภคจะมีวิธีไหนที่สามารถป้องกันตัวเองจากโฆษณาเกินจริงเหล่านี้ได้บ้าง

“ในส่วนของงานวิจัยได้ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างโดยคัดเลือกคลิปวิดีโอโฆษณาที่มีอิทธิพล โดยดูจากคลิปวิดีโอที่ยอดวิวสูง (100,000 ขึ้นไป) ซึ่งมีการกดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ค่อนข้างมาก และมีลักษณะของการโฆษณาเกินจริง สิ่งที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์คือผลการวิจัยในมุมมองของกฎหมาย ตามหลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2564 ซึ่งคลิปวิดีโอโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบนแพลตฟอร์ม TikTok ส่วนใหญ่จะไม่มีการขออนุญาตโฆษณากับทาง อย. ก่อนการเผยแพร่ เช่น คำว่า “ปลอดภัย 100%”, “ไม่มีผลข้างเคียง”, “มี อย.” และ “อย. รับรอง” ล้วนทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าหน่วยงานรัฐรับรองผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ ทั้งที่ในความเป็นจริง อย. เพียงแต่รับรองว่าผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบที่ปลอดภัยต่อการบริโภคเท่านั้น ไม่ได้รับรองเรื่องสรรพคุณในการลดน้ำหนัก

          นางสาวแพรวนภา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า งานวิจัยชิ้นนี้ไม่ได้หยุดแค่การวิเคราะห์ปัญหาการโฆษณาเกินจริง แต่นำเสนอเป็นแนวทางป้องกันและเฝ้าระวังที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ ผ่านองค์ความรู้ใหม่ที่เรียกว่า “SHIELD” ช่วยให้ผู้บริโภคตรวจสอบและตั้งคำถามกับคลิปวิดีโอโฆษณาได้ด้วยตนเอง หากแนวทางนี้ถูกสื่อสารเป็นแคมเปญโฆษณาในวงกว้าง เราเชื่อว่าจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันด้านการรู้เท่าทันสื่อให้ผู้บริโภคในสังคม สำหรับรางวัลชนะเลิศที่ได้รับ ไม่ใช่แค่ความภาคภูมิใจ แต่เป็นเครื่องยืนยันว่าความรู้ที่ได้เรียนในวิชาการวิจัยและพัฒนาเพื่องานโฆษณา ของสาขาวิชาการโฆษณาและสื่อสร้างสรรค์ วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต สามารถนำไปใช้เป็นนโยบายขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ให้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อยกระดับผู้บริโภคให้กลายเป็น Smart Consumer ในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง

*************************************************************


ค้นพบเพิ่มเติมจาก Sabaidee Thailand

สมัครสมาชิกเพื่อรับเรื่องล่าสุดที่ส่งไปยังอีเมลของคุณ.

ใส่ความเห็น

ค้นพบเพิ่มเติมจาก Sabaidee Thailand

สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่ออ่านต่อและเข้าถึงคลังเก็บทั้งหมด.

อ่านต่อ