
นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ด้านการพัฒนาสังคมและชุมชน ประจำปี 2569 จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยได้รับเกียรติจาก นายอำพล กิตติอำพน องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์มอบรางวัล นับเป็นภาพสะท้อนของพลังเยาวชนที่มุ่งมั่นใช้ความรู้และประสบการณ์เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคม

นายอัสมี่ บุญมาเลิศ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการทำงานเพื่อสังคมมาจากการเข้าร่วมกิจกรรมกับสภาเด็กและเยาวชน จากความตั้งใจแรกที่อยากมีส่วนร่วมกับพื้นที่ของตนเอง ค่อย ๆ พัฒนาเป็นความมุ่งมั่นในการทำงานด้านเด็กและเยาวชนอย่างจริงจังตลอดระยะเวลาประมาณ 8–9 ปี เมื่อได้สัมผัสการทำงานในพื้นที่ ได้เห็นทั้งปัญหา ข้อจำกัด และโอกาสในการพัฒนาเด็กและเยาวชน จึงตระหนักว่าการทำงานดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการจัดกิจกรรม แต่เป็นการสร้างโอกาสและเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตนเองและชุมชน
“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนเองมีโอกาสได้ขับเคลื่อนงานผ่านสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดพังงา ร่วมกับสภาเด็กและเยาวชนทั้ง 8 อำเภอ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้คิดริเริ่ม วางแผน และลงมือทำกิจกรรมด้วยตนเอง พร้อมผลักดันแนวคิด เมืองพังงาที่เป็นมิตรกับเยาวชน เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีพื้นที่ในการแสดงศักยภาพและมีส่วนร่วมกับการพัฒนาท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากการส่งเสริมการมีส่วนร่วมแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาเด็ก ตลอดจนการป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน โดยประสานความร่วมมือกับโรงเรียน ครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาครอบคลุมไปถึงสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก ไม่ได้มุ่งแก้ปัญหาที่ตัวเด็กเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่ายการทำงานทั้งระดับภูมิภาคและระดับประเทศ รวมถึงหน่วยงานและองค์กรระหว่างประเทศที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชน เพื่อนำองค์ความรู้และแนวทางที่หลากหลายมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่” นายอัสมี่ กล่าว
นายอัสมี่ กล่าวถึงบทเรียนสำคัญจากการทำงานว่า สำหรับความภาคภูมิใจจากการทำงานที่ผ่านมามองว่าไม่ได้อยู่ที่จำนวนกิจกรรมหรือโครงการที่ดำเนินการสำเร็จ แต่อยู่ที่การได้เห็นเด็กและเยาวชนที่เคยร่วมงานกันเติบโตขึ้น จากคนที่ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น กลายเป็นคนที่กล้าคิด กล้าพูด กล้ารับผิดชอบ และสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำกิจกรรมได้ด้วยตนเอง เพราะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้สิ้นสุดลงพร้อมกับกิจกรรม แต่ยังเป็นการส่งต่อความมั่นใจ ทักษะ และประสบการณ์ให้เยาวชนสามารถนำไปต่อยอดในอนาคต ซึ่งที่ผ่านมาการทำงานกับชุมชนเราต้องเริ่มจากการฟังและทำความเข้าใจพื้นที่ก่อน เพราะแต่ละพื้นที่มีบริบทและความต้องการแตกต่างกัน เราไม่สามารถใช้วิธีเดียวกันกับทุกที่ได้ ขณะเดียวกันการพัฒนาสังคมก็ไม่สามารถทำได้โดยคนคนเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน และที่สำคัญคือคนในพื้นที่ต้องมีส่วนร่วมด้วย การเปลี่ยนแปลงที่ดีจึงจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

ด้านความรู้สึกต่อการได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569 นายอัสมี่ กล่าวว่า รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจที่การทำงานด้านเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีได้รับการยอมรับ ขณะเดียวกันยังมองว่ารางวัลนี้เป็นความสำเร็จร่วมกันของทุกคนที่ร่วมเดินทางมา ทั้งน้อง ๆ ในสภาเด็กและเยาวชน เจ้าหน้าที่ ครู อาจารย์ มหาวิทยาลัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคนในชุมชนที่คอยสนับสนุนการทำงานมาโดยตลอด รางวัลครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเครื่องหมายแห่งความสำเร็จ แต่เป็นกำลังใจสำคัญให้เดินหน้าทำงานเพื่อเด็กและเยาวชนต่อไป พร้อมนำความรู้จากการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน และความร่วมมือจากเครือข่ายต่าง ๆ มาต่อยอดการพัฒนาพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนมีโอกาสเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีส่วนร่วมกับสังคม และเป็นพลังสำคัญในการสร้างอนาคตที่ดีให้แก่ชุมชนของตนเอง
***********************************






ใส่ความเห็น