การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เผยนโยบาย “รมว. สุริยะ” มุ่งผลักดันราคาผลผลผลิตการเกษตร – ยกระดับรายได้เกษตรกรฯ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจเห็นผลเป็นรูปธรรมแล้ว ชี้ราคายาง ก.ย. 69 สูงกว่าปีก่อน 40–45% คาดไตรมาสสุดท้ายของปี อาจปรับตัวสูงขึ้นเป็นช่วง โดยปัจจัยสำคัญ สภาพอากาศ – อุปทานตึงตัว – ต้นทุนพลังงานและขนส่ง ยืนยันพร้อมบริหารจัดการผลผลิตยางในตลาด เพิ่มโอกาสด้านราคาและรายได้ชาวสวนยางต่อเนื่อง

ผู้ชายในชุดสูทดำกำลังพูดอยู่ที่โต๊ะประชุม โดยมีไมโครโฟนและเอกสารอยู่บนโต๊ะ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ การให้ความสำคัญและมุ่งขับเคลื่อนภาคการเกษตร ยกระดับโอกาสทางเศรษฐกิจและรายได้ของเกษตรกรไทย โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดดำเนินงานเพื่อให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ สำหรับพืชยางพาราได้มอบหมายให้ กยท. บริหารจัดการผลผลิตและตลาดยางพารา ควบคู่กับการติดตามสถานการณ์ราคาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่สามารถส่งผลต่อระดับราคายางได้ พร้อมกำหนดแนวทางดำเนินมาตรการเพื่อเพิ่มโอกาสด้านราคาและรายได้ให้กับเกษตรกรและทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่อุปทานยางเป็นสำคัญที่สุด โดยปัจจุบันพบว่า สถานการณ์ราคายางปรับตัวสูงขึ้น และมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี อย่างไรก็ตามยังคงสั่งการให้ กยท. เข้ามาติดตามและดูแลบริหารจัดการยางพาราอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ระดับราคายางมีเสถียรภาพ

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ที่โต๊ะพูดในงานประชุมมีฉากหลังเป็นป้ายชื่อกิจกรรมและดอกไม้ตกแต่ง

นายศันสนะ สุริยะโยธิน รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า  กยท. มุ่งดำเนินงานภายใต้นโยบายหลักของ รมว. เกษตรฯ มาโดยตลอด โดยล่าสุด ราคายางเฉลี่ยในเดือนกันยายน 2569 ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดือนกันยายนในปีก่อนหน้า ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 84.62 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นร้อยละ 40.2 ขณะที่ ราคายางแผ่นดิบ อยู่ที่ 82.21 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นร้อยละ 40.9 ราคาน้ำยางสด อยู่ที่ 79.90 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นร้อยละ 44.7 และ ราคายางก้อนถ้วย อยู่ที่ 73.60. บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นร้อยละ 40.8 สะท้อนโอกาสของเกษตรกรชาวสวนยางท่ามกลางปัจจัยสนับสนุนจากอุปทานยางที่ตึงตัวและความต้องการใช้ยางในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ทิศทางราคาในระยะต่อไปยังต้องติดตามสถานการณ์ผลผลิตและภาวะตลาดอย่างใกล้ชิด

รถยกกำลังขนย้ายแผ่นหนังที่กองซ้อนสูงในโรงงาน

นายศันสนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า แรงสนับสนุนราคายางในระยะนี้มาจากหลายปัจจัย ทั้งอุปทานยางที่มีแนวโน้มตึงตัว เนื่องจากปริมาณผลผลิตยางที่ลดลง เป็นผลจากสภาพอากาศ ในขณะที่ความต้องการใช้ยางในภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอุตสาหกรรมยางล้อยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลประมาณการของ ANRPC ปี 2569 ระบุว่า ความต้องการใช้ยางธรรมชาติทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 15.356 ล้านตัน เทียบกับผลผลิตยางประมาณ 15.039 ล้านตัน จะเห็นได้ว่ามีส่วนต่างราว 317,000 ตัน นอกจากนี้ ปัจจัยด้านต้นทุนพลังงานและการขนส่งถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนให้ราคายางขยับขึ้น  เนื่องจากราคาน้ำมันที่ยังสูงจึงเพิ่มต้นทุนในยางสังเคราะห์ รวมไปถึงต้นทุนการขนส่ง ตลอดจนค่าเงินบาทที่อ่อนตัวยังเข้ามาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนราคายางในรูปแบบเงินบาท

ข้อมูลเกี่ยวกับราคายางพาราในประเทศไทยประจำเดือนตุลาคม 2569 ระบุว่าราคาสูงกว่าปีก่อน 40-45% โดยมีข้อมูลและแนวโน้มที่สำคัญ

รักษาการแทน ผู้ว่าการ กยท. เผยถึงแนวโน้มสถานการณ์ยางในช่วงไตรมาสสุดท้ายของ ปี 2569 ว่า กยท. ประเมินราคายางยังมีโอกาสทรงตัวในระดับสูงและปรับขึ้นได้เป็นช่วงๆ หากปัจจัยด้านผลผลิตและความต้องการใช้ยางยังเอื้ออำนวย โดยคาดการณ์ราคายางเฉพาะในเดือนตุลาคม 2569 คาดว่า ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 อาจอยู่ที่ 90.00 บาทต่อกิโลกรัม ยางแผ่นดิบ 87.40 บาทต่อกิโลกรัม น้ำยางสด 85.60 บาทต่อกิโลกรัม และยางก้อนถ้วย 79.70 บาทต่อกิโลกรัม โดยช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ยังต้องติดตามปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ปริมาณผลผลิตยางที่ออกสู่ตลาด ซึ่งสภาพอากาศยังมีผลแต่การจำกัดผลผลิต และปริมาณความต้องการใช้ยางของประเทศคู่ค้า ตลอดจนราคาตลาดล่วงหน้าและสถานการณ์เศรษฐกิจ ค่าเงินบาท ตลอดจนการค้าระหว่างประเทศ

นายศันสนะ กล่าวว่า กยท. ยังคงมีมาตการเพิ่มโอกาสด้านราคา โดยมีแนวทางดำเนินการบริหารผลผลิตของเกษตรกรเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับทิศทางตลาด ได้แก่ มาตรการการชะลอขายและบริหารสินเชื่อเพื่อช่วยลดแรงกดดันจากการเร่งจำหน่าย การรักษาเสถียรภาพในตลาด โดยการบริหารผลผลิตเชื่อมโยงผู้ซื้อเพิ่มการแข่งขันผ่านและระบบตลาดกลางยางพาราของ กยท. Thai Rubber Trade ตลอดจนการขยายตลาดยางคุณภาพและพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและเสริมความสามารถในการแข่งขันของยางพาราไทย ทั้งนี้ กยท. จะติดตามปัจจัยตลาดอย่างรอบด้าน พร้อมสนับสนุนข้อมูลที่ถูกต้องแก่เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถวางแผนการผลิตและจำหน่ายได้เหมาะสมกับสถานการณ์ และขอย้ำว่าการปรับตัวสูงขึ้นของราคายางเป็นโอกาสที่ควรใช้ประโยชน์อย่างรอบคอบ เนื่องจากราคายังขึ้นอยู่กับกลไกตลาดและปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา


ค้นพบเพิ่มเติมจาก Sabaidee Thailand

สมัครสมาชิกเพื่อรับเรื่องล่าสุดที่ส่งไปยังอีเมลของคุณ.

ใส่ความเห็น

ค้นพบเพิ่มเติมจาก Sabaidee Thailand

สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่ออ่านต่อและเข้าถึงคลังเก็บทั้งหมด.

อ่านต่อ