
ในยุคที่โลกเปิดกว้างและภาษาจีนกลายเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่สร้างความได้เปรียบในอุตสาหกรรมระดับโลก “ฟองเบียร์ – สุภาวดี ใจเอื้อ” ศิษย์เก่าสาขาวิชาภาษาจีน วิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตอดีตนักเรียนจากโรงเรียนยุวฑูตศึกษา กรุงเทพมหานคร คือหนึ่งในตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่มองเห็นโอกาสนั้นอย่างชัดเจน ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจเลือกเรียนเอกภาษาจีน
“หนูรู้สึกว่าภาษาจีนเป็นภาษาที่มีโอกาสกว้างมาก สามารถนำไปต่อยอดได้หลากหลายมิติ ไม่ว่าจะในสายงานวิชาการ ธุรกิจ หรือการทำงานระหว่างประเทศ สิ่งที่ทำให้หนูมั่นใจใน ม.รังสิต คือโครงสร้างหลักสูตรเอกภาษาจีนที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาไปเรียนต่อและแลกเปลี่ยน ณ ประเทศจีนค่อนข้างเยอะ หนูมองว่านี่คือโอกาสทองที่เราจะได้เรียนรู้ทฤษฎีควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตจริงและสื่อสารภาษาจีนในสภาพแวดล้อมจริงเจ้าของภาษา”
เปิดประตูสู่โอกาส: เส้นทางสายภาษาจีนของเด็กสาวจากโรงเรียนยุวฑูตศึกษา
ความประทับใจแรกและสังคมอบอุ่นในรั้ว ม.รังสิต
เมื่อก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยรังสิต ความกังวลในช่วงปรับตัวก็ถูกทดแทนด้วยบรรยากาศการเรียนที่ผ่อนคลายและเป็นกันเองตั้งแต่วันแรก

“ความประทับใจแรกที่จำได้แม่นเลยคือ ในชั้นเรียนวันแรก อาจารย์ผู้สอนน่ารักและเป็นกันเองมาก ไม่มีความรู้สึกกดดันหรือเกร็งเลย แถมยังมีกิจกรรมละลายพฤติกรรมสนุกๆ ในห้องเรียน ทำให้เราได้รู้จักเพื่อนใหม่ทันที การเรียนสนุกกว่าที่คิดไว้มากค่ะ ตลอดช่วงเวลาที่เรียนที่ ม.รังสิต หนูไม่เพียงแต่มุ่งมั่นในห้องเรียน แต่ยังเข้าร่วมกิจกรรมของคณะและมหาวิทยาลัยด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นงานเทศกาลตรุษจีน และกิจกรรมเสริมทักษะต่างๆ การทำกิจกรรมทำให้เราได้เพื่อนต่างกลุ่ม ได้ฝึกทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น และได้ประสบการณ์นอกตำราเรียนที่หาไม่ได้จากที่ไหน นอกจากนี้ บรรยากาศโดยรวมในคณะยังเต็มไปด้วยความอบอุ่น อาจารย์คอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ทำให้กล้าที่จะลองผิดลองถูก และกล้าพูดภาษาจีนมากขึ้น ขณะเดียวกัน สังคมเพื่อนฝูงก็เป็นกลุ่มคนที่มีเป้าหมายคล้ายกัน คอยช่วยเหลือและผลักดันกันเรียน ส่งผลให้เกิดการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องและรู้จักบริหารจัดการเวลาอย่างเป็นระบบ”
ถอดสูตรลับทริคการเรียน: เปลี่ยนความท้าทายให้เป็นความเชี่ยวชาญ
การเรียนภาษาจีนไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความเพียรและความสม่ำเสมออย่างสูง ฟองเบียร์เปิดเผยถึงความท้าทายและเทคนิคส่วนตัวในการเอาชนะอุปสรรคทางภาษา
“ภาษาจีนต้องคัด จำ และทบทวนตลอดเวลา เทคนิคของหนูคือการอ่านเนื้อหาก่อนเข้าเรียน เพื่อให้เข้าใจโครงสร้างคร่าวๆ เวลาอาจารย์สอนจะได้ตามทัน หลังเลิกเรียนก็จะนำกลับมาทบทวนทันที หากมีเวลาว่างก็จะคัดคำศัพท์และท่องจำ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ถ้าเรียนแล้วไม่ทบทวน เราจะลืมเร็วมาก นอกจากการเรียนในตำราแล้ว แรงส่งสำคัญอีกประการหนึ่งมาจากเทคนิคพิเศษจากอาจารย์ที่ช่วยจุดประกายการเรียนรู้ อาจารย์ในคณะหลายท่านไม่ได้สอนแค่เนื้อหาในเล่ม แต่ยังแนะแนววิธีพัฒนาตัวเองนอกห้องเรียน อย่าง อาจารย์วสันต์ เคยแนะนำหนูว่า ถ้าอยากเก่งภาษาจีนไวๆ ให้เลือกซีรีส์จีนที่เราชอบมา 1 เรื่อง แล้วลองแปลทั้งเรื่องดู วิธีนี้ทำให้เราได้ทั้งคำศัพท์ การฟัง การจับจังหวะการพูด และรูปประโยคที่คนจีนใช้ในชีวิตจริง พอนำวิธีนี้ไปทดลองใช้ ภาษาจีนของหนูก็พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ”
ก้าวสู่ 2 ปริญญา: จาก HSK 4 ที่ ม.รังสิต สู่ HSK 6 ที่ BLCU ปักกิ่ง
ด้วยโครงสร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบัน ในช่วงชั้นปีที่ 2 ฟองเบียร์ตัดสินใจก้าวออกจาก Comfort Zone ด้วยผลคะแนน HSK 4 ในขณะนั้น เพื่อเดินทางไปศึกษาต่อ ณ Beijing Language and Culture University (BLCU) มหาวิทยาลัยภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งเป็นสถาบันระดับท็อปด้านการสอนภาษาจีนให้แก่ชาวต่างชาติ

“การไปเรียนที่ปักกิ่งถือเป็นการเอาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้ภาษาจีน 100% ทุกวัน ตั้งแต่การเรียน การเดินทาง ซื้อของ ไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวัน แม้การเรียนจะเข้มข้นและท้าทาย แต่ก็เป็นตัวเร่งที่ทำให้เราเติบโตแบบก้าวกระโดด หนูได้เรียนภาษจากที่รังสิตแล้ว พอเริ่มจะมีความพร้อม เราก็ลองหาประสบการณ์จริง สถานการณ์จริง เพื่อไปฝึกเพิ่มเติม ดังนั้น การสมัครเข้าร่วมโครงการ 2 ปริญญา จึงเป็นสิ่งที่หนูบอกได้เลยว่าตัวเองตัดสินใจถูกมากๆ ค่ะ”
ผลลัพธ์แห่งความเพียรพยายามปรากฏชัด เมื่อฟองเบียร์สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีแบบ Dual Degree (2 ปริญญา) พร้อมทั้งสามารถสอบผ่าน HSK ระดับ 6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการทดสอบความรู้ภาษาจีนได้สำเร็จ
ความภาคภูมิใจสูงสุด: คว้าทุนเต็มจำนวน ป.โท จาก 2 มหาวิทยาลัยยักษ์ใหญ่
แม้จะสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี 2 ปริญญาพร้อม HSK 6 แล้ว แต่ฟองเบียร์ยังไม่หยุดพัฒนาตัวเอง
“หนูรู้สึกว่าเรายังไปได้ไกลกว่านี้ ปริญญาตรีด้านภาษาเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอตอบโจทย์เป้าหมายระยะยาว จึงตัดสินใจยื่นขอทุนศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ประเทศจีน และความพยายามอย่างหนักก็ส่งผลสำเร็จค่ะ หนูได้รับการตอบรับ ทุนการศึกษาเต็มจำนวน (Full Scholarship) ในระดับปริญญาโทพร้อมกันถึง 2 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจีน เพื่อไปเรียนที่ Kunming University of Science and Technology และ Yunnan University วินาทีที่ทราบผลว่าได้รับทุนเต็มจำนวนจากทั้งสองแห่ง รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจในตัวเองมากค่ะ ทุกหยาดเหงื่อ การเตรียมตัว การอ่านหนังสือ และการเตรียมเอกสารอันยาวนานมันคุ้มค่าจริงๆ มันทำให้หนูตระหนักว่า หากเราตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนและลงมือทำอย่างต่อเนื่อง โอกาสที่เราเคยคิดว่าไกลเกินเอื้อม ก็สามารถเกิดขึ้นจริงได้”
แชร์คีย์ลัดพิชิตทุน: Portfolio, SOP และเทคนิคการสัมภาษณ์
สำหรับรุ่นน้องหรือผู้ที่สนใจยื่นขอทุนการศึกษาต่างประเทศ ฟองเบียร์ได้ถอดบทเรียนสำคัญในการเตรียมตัวไว้ 3 ข้อหลัก:
1. Portfolio & Statement of Purpose (SOP): ต้องสะท้อน “ตัวตน” และ “เป้าหมาย” ที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่การรวบรวมผลงานมาใส่ให้เยอะที่สุด แต่ต้องตอบให้ได้ว่า ทำไมเราถึงอยากเรียนสาขานี้ และเป้าหมายหลังเรียนจบคืออะไร
2. การสอบสัมภาษณ์ (Interview): ฝึกเตรียมคำถามล่วงหน้าและอธิบายอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าการท่องจำ โดยเฉพาะการสัมภาษณ์เป็นภาษาจีน ต้องแนะนำตัว เหตุผลที่เลือกสถาบัน แผนการเรียน และเป้าหมายอนาคตได้อย่างฉะฉาน
3. การเตรียมตัวล่วงหน้า: อย่ารอให้ถึงวันเปิดรับสมัครแล้วค่อยเริ่มทำ ควรเก็บสะสมผลงาน พัฒนาทักษะภาษา และเตรียมเอกสารล่วงหน้าตั้งแต่เนิ่นๆ
หมุดหมายใหม่ในอนาคต และข้อคิดส่งต่อถึงรุ่นน้อง
สำหรับการเดินทางบทใหม่ในระดับปริญญาโทที่ประเทศจีน ฟองเบียร์วางแผนที่จะใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด โดยไม่เพียงแต่มุ่งมั่นกับการเรียนในห้องและการทำวิจัยคุณภาพเท่านั้น แต่ยังตั้งใจจะยกระดับภาษาจีนให้อยู่ในระดับมืออาชีพที่สามารถใช้ในการทำงานวิเคราะห์ขั้นสูง ตลอดจนการเก็บเกี่ยววัฒนธรรมและสร้างเครือข่ายมิตรภาพระหว่างประเทศ สุดท้ายนี้ ฟองเบียร์ได้ฝากข้อคิดแรงบันดาลใจอันทรงพลังถึงรุ่นน้องเอกภาษาจีน มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้ที่มีความฝันทุกคนว่า:
“อยากฝากถึงน้องๆ ทุกคน อย่าคิดว่าทุนการศึกษาเป็นเรื่องไกลตัว ตอนที่พี่เริ่มเรียน พี่ก็ไม่ได้เก่งภาษาจีนมาตั้งแต่แรก ตอนปี 2 พี่มีแค่ HSK 4 แต่พี่เลือกพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ท้าทาย ค่อยๆ พัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ จนสอบผ่าน HSK 6 และคว้าทุนเต็มจำนวนได้ในที่สุด ถ้าน้องมีเป้าหมาย อยากไปเรียนต่อจีน อย่ารอให้ตัวเองพร้อม 100% ให้เริ่มจากสิ่งที่เราทำได้ในวันนี้ ตั้งใจเรียน เก็บสะสมผลงาน พัฒนาภาษา และตามข่าวทุนการศึกษาอยู่เสมอ อย่าดูถูกความพยายามเล็กๆ ของตัวเองในแต่ละวัน เพราะทุกอย่างจะกลายเป็นต้นทุนให้เราในอนาคต ถ้าพี่ทำได้ น้องก็ทำได้อย่างแน่นอน ขอแค่อย่าหยุดพัฒนาตัวเองค่ะ”





ใส่ความเห็น