
เรื่องราวความสำเร็จของ “แพร” นางสาวชรินทร์ทิพย์ กิตตินววิธ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้ได้รับรางวัลพระราชทาน ระดับอุดมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 ประเภทสถาบันอุดมศึกษาขนาดใหญ่ เขตภาคกลาง จากการทุ่มเททำกิจกรรมควบคู่ไปกับการเรียนตลอดระยะเวลา 4 ปี โดยเริ่มต้นจากการเป็นเด็กกิจกรรมในโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย สู่การเป็นผู้นำนักศึกษาและนักสร้างสรรค์นวัตกรรมสมุนไพรบนเวที Startup จนคว้ารางวัลและทุนสนับสนุนจากนักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะ นายกสมาพันธ์นิสิตนักศึกษาการแพทย์แผนไทย ที่ช่วยฟื้นฟูกิจกรรมเครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัยให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง ทัศนคติของเธอสะท้อนให้เห็นว่าความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยสามารถนำไปปรับใช้และต่อยอดได้อย่างกว้างขวางในหลากหลายอาชีพตามความเชี่ยวชาญของแต่ละบุคคล
เส้นทางการเรียนและการทำกิจกรรมของแพรเริ่มต้นจากการเป็นเด็กกิจกรรมมาตั้งแต่สมัยมัธยมที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย โดยเคยทำทั้งหน้าที่พิธีกรโรงเรียน ทำช่อง YouTube และอยู่ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ เมื่อต้องเข้ามหาวิทยาลัย ได้ตัดสินใจเลือกเรียนคณะการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยรังสิต

แพร เล่าย้อนถึงเหตุผลที่เลือกเรียนทางด้านการแพทย์แผนไทยในขณะนั้นว่า เนื่องจากครอบครัวต้องการให้เรียนสาขาที่มีใบประกอบวิชาชีพ และส่วนตัวต้องการนำทักษะด้านการสื่อสารที่มีมาปรับใช้กับศาสตร์ด้านสุขภาพจึงตัดสินใจเลือกเรียนด้านนี้
“ช่วงเริ่มต้นและการปรับตัวปี 1 แพรยอมรับว่าการเรียนในช่วงแรกค่อนข้างหนักและต้องปรับตัวมาก เนื่องจากจบสายศิลป์-คำนวณมา และได้เริ่มทำกิจกรรมกับสโมสรนักศึกษาในฝ่ายดิจิทัลและโสตทัศนูปกรณ์ และยังได้รับเลือกเป็น Ambassador และเชียร์ลีดเดอร์ของคณะ แต่ต้องลดบทบาทลงในเทอมที่ 2 เพื่อทุ่มเทให้กับการเรียน หลังจากนั้นจึงเริ่มกลับมาทำกิจกรรมเต็มตัวอีกครั้งในฐานะหัวหน้าทีมโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ซึ่งทำให้ได้รับคำแนะนำจากสำนักงานบ่มเพาะธุรกิจและ Startup ที่มองเห็นศักยภาพและแนะนำให้เข้าสู่แวดวง Startup”

ความสำเร็จบนเวที Startup และนวัตกรรม แพรได้นำหัวข้อวิจัยเรื่อง “การพัฒนานวัตกรรมลดอาการปวดของโรคมะเร็งตับ” ไปแข่งขันในเวทีต่าง ๆ โดยได้ร่วมทีมกับนักศึกษาจากวิศวกรรมชีวการแพทย์ และคว้ารางวัลที่ 2 ของภาคกลางจากการแข่งขัน Coaching Camp โดยได้รับทุนสนับสนุนจำนวน 25,000 บาท จากเวที Pitching ใหญ่ของโครงการ Startup และได้รับเงินทุนเพิ่มเติมอีก 10,000 บาท จากนักลงทุนชาวสเปน ที่ประทับใจในไอเดียจากการนำเสนอในวัน Demo Day นอกจากนี้ ยังคว้ารางวัลชนะเลิศในโครงการ GSB Smart Start Idea ของมหาวิทยาลัยรังสิตอีกด้วย
ความมุ่งมั่นในการทำกิจกรรมควบคู่ไปกับการเรียนอย่างโดดเด่น ทำให้แพรได้รับรางวัลพระราชทานฯ ซึ่งเป็นรางวัลที่เธอภาคภูมิใจที่สุดเพราะสะท้อนถึงความพยายามตลอด 4 ปี

แพร เล่าให้ฟังว่า “สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกรางวัลพระราชทานที่แพรได้รับนั้น มีรายละเอียดที่ครอบคลุมหลายด้าน ซึ่งเกณฑ์ของรางวัลนี้ต้องการคนที่มีคุณสมบัติครบทุกด้าน ไม่ใช่เพียงด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น ความเชี่ยวชาญและการสร้างนวัตกรรมในด้านการแพทย์แผนไทย ด้านศาสนา เช่น การเข้าร่วมค่ายธรรมะ หรือการเป็นพิธีกรในงานบุญตักบาตร ด้านการเคารพรักในสถาบันพระมหากษัตริย์ การเข้าร่วมกิจกรรมที่แสดงถึงความจงรักภักดี ด้านจิตอาสา เช่น การทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมและงานอาสาสมัครต่าง ๆ ซึ่งรางวัลนี้ไม่ได้ดูเพียงผลงานระยะสั้น แต่สะท้อนถึงความพยายามและความมุ่งมั่นในการทำกิจกรรมควบคู่ไปกับการเรียนมาตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 จนถึงปีที่ 4”
ส่วนเคล็ดลับความสำเร็จของแพรคือ การบริหารเวลา โดยเธอจะใช้เวลาช่วงกลางคืนในการอ่านหนังสือเพื่อตามบทเรียนให้ทันเพื่อน และมีหลักคิดสำคัญคือ “คิดแล้วทำ” เพราะการลงมือทำทันทีจะช่วยให้ได้ลองผิดลองถูกและไม่เสียดายโอกาสในภายหลัง
ปัจจุบันแม้ว่าแพรจะกำลังอยู่ในขั้นตอนการสอบใบประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย แต่ก็ได้ลองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในสายงานการบินเพื่อพัฒนาทักษะการพูด และมีเป้าหมายที่จะนำความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยไปต่อยอดเป็นนวัตกรรมหรือสร้างแรงบันดาลใจให้รุ่นน้องในอนาคต
“หลังจากที่ใช้เวลาอยู่กับการแพทย์แผนไทยอย่างเต็มที่มาตลอด 1 ปีในช่วงฝึกงาน ทำให้แพรต้องการที่จะออกไปลองทำสิ่งอื่นที่แตกต่างออกไปดูบ้าง เพราะว่าหากไม่ลองทำในตอนนี้ที่ยังไม่มีข้อจำกัดด้านอายุ แพรอาจจะรู้สึกเสียดายภายหลัง เมื่ออายุมากขึ้นแล้วไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากลอง ส่วนตัวแพรเชื่อว่า วิชาชีพการแพทย์แผนไทยจะอยู่ติดตัวแพรไปตลอด ไม่ได้หนีหายไปไหน และมองว่าเมื่อถึงวันที่ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จนพอใจแล้ว แพรก็สามารถกลับมาทำอาชีพที่มั่นคงนี้ได้เสมอ หรืออาจจะกลับมาต่อยอดนวัตกรรมและเรียนต่อในด้านนี้เมื่อมีความพร้อมในอนาคต”
*****************************************





ใส่ความเห็น