ในยุคที่ความร่วมมือระหว่างไทยและจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด มหาวิทยาลัยรังสิตกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักศึกษาจากแดนมังกร วันนี้เราจะพาไปพูดคุยกับ “จวินเจ๋อ กัว” (Junze Guo) หรือที่เพื่อนๆ เรียกกันว่า “ตะวัน” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากวิทยาลัยนานาชาติจีน (ICC) มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้ที่หอบความฝันจากมณฑลเฮยหลงเจียง มาสร้างอนาคตในฐานะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เมืองไทย

จากเฮยหลงเจียงสู่เมืองไทย ทำไมต้องเป็น “บริหารธุรกิจ” ม.รังสิต? “ผมเรียนจบมัธยมปลายสายศิลป์จากโรงเรียนเปิ่นไซ มณฑลเฮยหลงเจียง ประเทศจีนครับ สาเหตุที่ผมเลือกที่วิทยาลัยนานาชาติจีน (ICC) เพราะผมมีความหลงใหลในด้านธุรกิจและการเงินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และความฝันสูงสุดของผมคือการเป็นผู้ประกอบการ ผมมองว่า ICC เป็นเหมือนสะพานเชื่อมความร่วมมือที่สำคัญระหว่างจีนและไทย ซึ่งจะช่วยให้ผมเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานร่วมกันทางธุรกิจในระดับสากลได้ดียิ่งขึ้น ส่วนทำไมต้องเป็นมหาวิทยาลัยรังสิต? เพราะที่นี่คือมหาวิทยาลัยเอกชนอันดับหนึ่งของไทย มีทรัพยากรการเรียนรู้ที่ครบครันและมีคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ผมมั่นใจว่าที่นี่คือตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเรียนธุรกิจครับ

ความประทับใจแรกที่มีต่อ ม.รังสิต คือสภาพแวดล้อมครับ แคมปัสกว้างขวาง สะอาด และน่าอยู่มาก บรรยากาศการเรียนมีความเปิดกว้างและเป็นนานาชาติ มีนักศึกษาจากหลายประเทศมารวมตัวกัน ช่วงแรกที่เริ่มเรียน ผมยอมรับว่าต้องปรับตัวเล็กน้อยเพราะวิธีการสอนที่นี่ต่างจากที่จีนพอสมควร ที่ไทยอาจารย์จะเน้นการมีปฏิสัมพันธ์กับนักศึกษา ไม่ใช่แค่การบรรยายด้านเดียว ซึ่งพอปรับตัวได้แล้ว ผมพบว่าวิธีนี้ทำให้เราเข้าใจบทเรียนได้ง่ายและลึกซึ้งกว่าเดิมมากครับ นอกจากนี้ ผมยังเข้าร่วมกิจกรรมด้วยครับ เพราะการได้มีประสบการณ์นอกห้องเรียนก็มีความสำคัญ มันเป็นมากกว่าความรู้ในตำรา ผมได้ร่วมกิจกรรมที่ทางวิทยาลัยจัดขึ้นหลายอย่าง เช่น ทริปสร้างความสัมพันธ์ (Team-building) ที่ทำให้ผมสนิทกับเพื่อนๆ มากขึ้น แต่ที่ประทับใจที่สุดคือการได้ร่วมจัดแสดงสินค้าในงานนิทรรศการเกษตรของมหาวิทยาลัย ผมได้รับหน้าที่ดูแลบูธสาธิตและขายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ไผ่ ประสบการณ์นี้สอนให้ผมได้เรียนรู้วิธีการสื่อสารกับลูกค้า การนำเสนอสินค้าให้น่าสนใจ ซึ่งเป็นทักษะการปฏิบัติงานจริงที่มีค่ามากสำหรับอนาคตของผมครับ การเรียนมัธยมที่จีนมีความกดดันสูงมากตามสไตล์ดั้งเดิม ซึ่งผมรู้สึกว่าอาจจะไม่ใช่ทางของผมเท่าไหร่

แต่เมื่อได้มาเรียนที่ ม.รังสิต ผ่านโครงการความร่วมมือกับ University of Electronic Science and Technology of China สภาพแวดล้อมที่นี่ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายและมีอิสระมากขึ้น มันทำให้ผมมีเวลาเหลือเฟือที่จะขบคิดถึงอนาคตของตัวเอง และได้ใช้ชีวิตในแบบที่ชอบ ทั้งการเล่นฟุตบอลและการเข้ายิม ซึ่งช่วยเติมพลังให้ผมพร้อมสำหรับการเรียนและการทำงานในแต่ละวันครับ ในอนาคต ผมต้องการเริ่มธุรกิจของตัวเอง แม้จะรู้ว่ามันเป็นเส้นทางที่ยาก แต่แผนของผมคือในช่วงปีแรกๆ หลังเรียนจบ ผมจะไม่โฟกัสที่ตัวเลขเงินเดือนเป็นหลัก สิ่งที่สำคัญกว่าคือความรู้และทักษะที่ผมจะได้รับจากการทำงาน ประสบการณ์เหล่านั้นมีค่ามากกว่าเงินเดือน เพราะมันคือรากฐานที่จะทำให้ผมเติบโตเป็นผู้ประกอบการที่เข้มแข็งครับ สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการมาเรียนที่นี่คือความสำคัญของการมีทักษะการสื่อสารและการนำเสนอ (Presentation) รวมถึงการทำงานเป็นทีมและการแก้ปัญหา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าเราไม่เริ่ม ‘ลงมือทำ’ คำแนะนำของผมคือ อย่าคิดนานเกินไปครับ ลงมือทำก้าวแรกก่อนเสมอ เพราะเราจะรู้ว่าสิ่งนั้นเหมาะกับเราไหมก็ต่อเมื่อได้ลองทำแล้ว ลองร่วมกิจกรรมใหม่ๆ หรือหาที่ฝึกงานดู อย่าไปกลัวความผิดพลาด เพราะช่วงวัยเยาว์คือช่วงเวลาแห่งการทดลองและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ การก้าวเดินก้าวแรกสำคัญกว่าการมัวแต่ลังเลอยู่กับที่ครับ”
*************





ใส่ความเห็น