มหาวิทยาลัยรังสิต สะท้อนภาพการพัฒนาทางการศึกษาของสถาบันตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษ โดยเริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2528 และได้ดำเนินภารกิจด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 41 ปี ภายใต้ปรัชญาสำคัญคือ การยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง และการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่สังคม ประเทศชาติ และประชาชน

ดร. อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ได้กล่าวในพิธีเปิดมหกรรมตรุษจีนรังสิต ครั้งที่ 16 และเทศกาลศิลปะการแสดงทางวัฒนธรรม “ภาษาจีน Plus” นานาชาติแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 ว่า เราเชื่อว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ แต่เป็นสถาบันที่หล่อหลอมคุณลักษณะของมนุษย์ สร้างความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยรังสิตเปิดสอนระดับปริญญาตรี 89 หลักสูตร ปริญญาโท 39 หลักสูตร และปริญญาเอก 15 หลักสูตร รวมกว่า 143 หลักสูตร โดยมีนักศึกษามากกว่า 30,000 คน เรียกว่าเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแบบสหสาขาวิชาที่มุ่งตอบโจทย์สังคมและอนาคตอย่างรอบด้าน

“เมื่อกล่าวถึงเส้นทางที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเติบโตเคียงคู่สังคมไทยและผ่านเหตุการณ์ท้าทายหลายช่วงเวลา ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 อุทกภัยครั้งใหญ่ปี 2554 และสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาอย่างรุนแรง ช่วงเวลาเหล่านั้นทำให้เราตระหนักชัดว่า มหาวิทยาลัยที่มีคุณค่าต้องยืนหยัดในอุดมการณ์ เป็นพลังแห่งความมั่นคงและความหวังของสังคม ในด้านแนวทางการพัฒนา มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับความเป็นนานาชาติควบคู่กับคุณค่าทางมนุษยศาสตร์ พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้แบบพหุภาษา พหุวัฒนธรรม และพหุศิลปะ ซึ่งสะท้อนผ่านแนวคิด ‘ภาษาจีน Plus’ ที่บูรณาการภาษาเข้ากับศิลปะ วัฒนธรรม และคุณค่าทางสังคม นักศึกษาไม่ได้เรียนภาษาเพื่อการสื่อสารเท่านั้น แต่เรียนรู้ที่จะเข้าใจ เคารพความแตกต่าง และชื่นชมความหลากหลาย ซึ่งเป็นสมรรถนะสำคัญของคนรุ่นใหม่ในโลกปัจจุบัน ท่ามกลางบริบทความสัมพันธ์ไทย–จีนที่แน่นแฟ้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทักษะด้านภาษา ความเข้าใจวัฒนธรรม และวิสัยทัศน์สากลของเยาวชน จะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออนาคตสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต จึงภูมิใจที่ได้เป็นเวทีแห่งการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยน เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยก้าวสู่เวทีโลก พร้อมทั้งถ่ายทอดคุณค่าและอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตานานาชาติ นอกจากนี้ ไม่ว่ามหาวิทยาลัยรังสิตจะจัดกิจกรรมในรูปแบบใด ทั้งมหกรรมภาษา หรือกิจกรรมเชิงปฏิบัติการต่าง ๆ เรามักได้เห็นภาพครูและนักเรียนจากหลากหลายสถาบันเข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมอย่างกระตือรือร้น ความกล้าแสดงออกและการมีส่วนร่วมเช่นนี้นับเป็นผลลัพธ์ทางการศึกษาที่ทรงคุณค่า และสะท้อนชัดว่าการเรียนรู้ที่แท้จริงเติบโตจากประสบการณ์ตรง มิได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า การเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้ลงมือปฏิบัติและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เปรียบเสมือนการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต และเป็นอีกหนึ่ง ห้องเรียนชีวิต ที่ช่วยจุดประกายมิตรภาพข้ามวัฒนธรรม พร้อมทั้งเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาการศึกษาภาษาจีน และส่งเสริมการเติบโตของเยาวชนไทยในระยะยาว”

***************************


ค้นพบเพิ่มเติมจาก Sabaidee Thailand

สมัครสมาชิกเพื่อรับเรื่องล่าสุดที่ส่งไปยังอีเมลของคุณ.

ใส่ความเห็น

ค้นพบเพิ่มเติมจาก Sabaidee Thailand

สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่ออ่านต่อและเข้าถึงคลังเก็บทั้งหมด.

อ่านต่อ