แพทย์กระดูก มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดนวัตกรรมข้อเท้าเทียม สร้างทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้ป่วยกระดูกข้อเท้าหักรุนแรง ให้สามารถกลับมาเดินได้

          ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ชญานิน อ่างทอง ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเท้าและข้อเท้า อาจารย์ประจำวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมข้อเท้าเทียม มาจากการที่ในประเทศไทยเรามีผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรเป็นจำนวนมาก เนื่องจากส่วนหนึ่งประเทศเรานิยมใช้จักรยานยนต์ เมื่อ 11 ปีก่อน ส่วนตัวผมเป็นหมอผ่าตัดกระดูกและข้อ ที่ชำนาญเรื่องเท้าและข้อเท้า ได้ดูแลผู้ป่วยที่บาดเจ็บจากอุบัติหตุบนท้องถนน เช่น ขา ข้อเท้า เยอะพอสมควร โดยมีเคสหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่บาดเจ็บจากการขี่จักรยานยนต์ มีการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้ารุนแรง คือ กระดูกบริเวณข้อเท้าเสียหาย หลุดไปทั้งชิ้นตรงข้อเท้า ซึ่งเรียกว่า กระดูกทาลัส เป็นส่วนสำคัญที่รับน้ำหนักจากขามาที่เท้า และเป็นส่วนที่มีลักษณะค่อนข้างจะเฉพาะตัว กระดูกในลักษณะนี้การบาดเจ็บจะซ่อมแซมค่อนข้างยาก โดยเฉพาะถ้ากระดูกหายไป ส่วนใหญ่จะลงเอยด้วยการผ่าตัดเชื่อมกระดูกข้อเท้าบริเวณนี้ให้ติดกัน เพื่อให้รับน้ำหนักได้ แต่การเชื่อมให้ติดกันจะทำให้คนไข้เคลื่อนที่ลำบาก กระดูกข้อเท้าขึ้นลงไม่ค่อยได้ ต้องใช้พลังงานในการเดินมากขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพชีวิตผู้ป่วย โดยเฉพาะคนไข้ที่อายุยังไม่มาก

          “คนไข้ที่มาหาจะขอรักษาแบบที่ไม่เชื่อมข้อเท้าได้ไหม เราจึงมองว่าจะทำกระดูกเทียมขึ้นมาเพื่อชดเชยกระดูกทาลัสที่หายไป นั่นคือจุดเริ่มต้นที่เริ่มทำโดยได้วางแผนกับวิศวกร โดยการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สร้างภาพจากกระดูกข้อเท้าฝั่งตรงข้ามกับที่บาดเจ็บ เราก็จะได้ต้นแบบกระดูกฝั่งตรงข้ามมาเป็นไฟล์ 3 มิติ แล้วทำการสะท้อนภาพเรียกว่า Mirror technique เหมือนส่องกระจก ผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พอได้เป็นรูปที่เหมือนอีกข้างแล้วจำลองขึ้นมาดูว่ารูปร่างโอเคไหม ขนาดพอได้ไหม จากนั้นก็จะทำการปริ้นท์ 3 มิติ เพื่อดูว่าเวลาได้ไฟล์ต้นแบบแล้วรูปร่างโอเคหรือยัง โดยให้วิศวกรขึ้นรูปให้เป็นโลหะเทียม ซึ่งตอนนั้นใช้เป็นสแตนเลสสตีลแบบพิเศษสำหรับการแพทย์ และใช้ในผู้ป่วยได้ มีความทนทาน โอกาสเกิดสนิมน้อย  เราผ่าตัดเปลี่ยนกระดูกเทียมนี้ใส่ให้ผู้ป่วยอย่างในรูปซึ่งเขาจะสามารถใส่ไปได้ตลอดชีวิต ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไร เช่น ถ้าไม่ได้รู้สึกเจ็บหรือกระดูกข้อหลวม ตรงนี้มันแทนที่ทั้งตัวกระดูกและแทนที่ข้อเลย พูดง่าย ๆ คือมันกลายเป็นข้อใหม่ของเราด้วย เลยใช้คำว่ากระดูกข้อเท้าเทียม ซึ่งมีความพิเศษคือสามารถเคลื่อนไหวรอบตัวได้เยอะ พอเป็นตัวสแตนเลสสตีลแล้วคนไข้ก็สามารถใช้งานได้ดีครับ คนไข้คนแรกอายุ 24 ปี กลับไปเดินได้แล้วไม่เจ็บ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น ข้อมูลจนถึงปัจจุบันคือยังใช้ชีวิตได้ปกติไม่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนใหม่”

          นายแพทย์ชญานิน กล่าวต่อว่า สำหรับวิธีนี้ใช้ในการรักษาคนไข้ไปจำนวน 8 ราย ยังไม่มีเคสไหนที่ล้มเหลว หมายถึงต้องมาผ่าเปลี่ยนกระดูกใหม่ หรือต้องมาเอาออก ซึ่งมีชาวต่างประเทศที่มารักษากับผม จำนวน 2 ราย ที่เหลือเป็นคนไทย สำหรับคนไข้มักจะเป็นกรณีที่มีความยาก ซับซ้อน ไม่สามารถที่จะทำโดยวิธีทั่วไปได้ เช่น การผ่าตัด ซ่อมแซมแบบธรรมดา อีกอย่างหนึ่งที่เราทำก็คือ เป็นกระดูกเนื้องอก ส่วนใหญ่เราต้องเอากระดูกที่เป็นเนื้องอกออก พอเอาออกมันก็จะไม่แข็งแรงจะทำให้ยุบได้ จึงต้องเอาออกทั้งชิ้นแล้วใส่อันใหม่เข้าไป

          ในช่วงหลังได้เปลี่ยนจากสแตนเลสสตีลเป็นไทเทเนียม เพราะว่าไทเทเนียมมีคุณลักษณะมีความแข็งแรงใกล้เคียงกับกระดูกจริงมากกว่าสแตนเลสสตีล และมีความเบากว่า สามารถใส่ในคนไข้ได้ หลัง ๆ เราได้ปรับเปลี่ยนเพิ่มอีกคือ ให้ใส่เอ็นเทียมเข้าไปในกระดูกเทียมได้ เพื่อให้ตัวกระดูกมีเอ็นเทียมติดอยู่ด้วย แล้วก็ไปติดกับกระดูกรอบข้างเพื่อให้เกิดความมั่นคงของกระดูกเทียมมากขึ้น ซึ่งเวอร์ชันนี้ได้ผลดีที่สุด โดยผู้ป่วยสามารถเดินได้สะดวกดีขึ้นเร็วขึ้น ลดโอกาสปวดหลังจากการผ่าตัดได้

          สำหรับค่าใช้จ่ายถ้าเป็นสแตนเลสสตีลจะอยู่ที่ประมาณ 36,000-38,000 บาท แต่ถ้าเป็นไทเทเนียมประมาณ 44,000-45,000 บาท ในกรณีที่ใส่เอ็นเทียมด้วยก็อาจจะมีเพิ่มเติมไปอีกประมาณ 18,000-20,000 บาท ซึ่งเทคโนโลยีการผลิตกระดูกข้อเท้าเทียมนี้ 11 ปีก่อน ผมทำเป็นคนที่ 3 ของโลก จนถึงทุกวันนี้ได้เริ่มกลายเป็นการรักษามาตรฐานแล้ว โดยผลงานนี้ได้รับการจดอนุสิทธิบัตรแล้วหลังจากการผลิตชิ้นแรกๆ ปัจจุบันผลิตแล้ว 9 ชิ้น ซึ่งเรารู้สึกว่าวิธีการผลิตนี้ค่อนข้างอยู่ตัวแล้วจึงได้จดอนุสิทธิบัตรในเรื่องของวิธี เพราะว่า ณ เวลานั้นเป็นวิธีที่เรามองแล้วว่าเป็นวิธีใหม่และได้ประโยชน์ ส่วนการรักษาโดยเฉลี่ยจากคุณหมอท่านอื่นในวงการแพทย์กระดูก ทั้งประเทศน่าจะมีเคสประมาณ 5 ราย/ ปี ซึ่งถือว่าไม่เยอะ เนื่องจากเป็นการรักษายาก และส่วนหนึ่งคนไข้จะไม่ทราบว่ามีวิธีการรักษาแบบนี้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการรักษา อาจยังค่อนข้างสูง

          ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต โทร. 0-2791-6000 ต่อ 1428 , 1506

****************************************


ค้นพบเพิ่มเติมจาก Sabaidee Thailand

สมัครสมาชิกเพื่อรับเรื่องล่าสุดที่ส่งไปยังอีเมลของคุณ.

ใส่ความเห็น

ค้นพบเพิ่มเติมจาก Sabaidee Thailand

สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่ออ่านต่อและเข้าถึงคลังเก็บทั้งหมด.

อ่านต่อ