
คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยรังสิต จัดโครงการ Health & Well-Being Research and Innovation และกิจกรรม Research Day 2026 เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการวิจัยและนวัตกรรมทางสุขภาพ ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนางานวิจัยด้าน Health & Well-Being ให้แก่นักศึกษา

อ.ดร.โชติกา ลักษณะพุกก์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและการจัดการความรู้ คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า งาน Research Day ซึ่งเป็นกิจกรรมวิจัยที่จัดขึ้นเป็นประจำเพื่อให้ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 และ 2 ได้ศึกษางานวิจัยของรุ่นพี่และอาจารย์ เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์โครงงานจบการศึกษา ความพิเศษของปีนี้คือการขยายขอบเขตงานสู่การบูรณาการข้ามศาสตร์ โดยปีนี้เป็นแรกที่มีการเชิญวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มาร่วมแลกเปลี่ยนนวัตกรรม โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้นักศึกษาเห็นความก้าวหน้าของงานด้านกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา ที่ก้าวไกลกว่าเพียงแค่การรักษาคนไข้ทั่วไป นอกจากนี้ยังมุ่งหวังให้เกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับ ภาคธุรกิจและหน่วยงานภายนอก เพื่อพัฒนาเครื่องมือที่ทันสมัยและนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริงในวงกว้าง โดยในอนาคตมีแผนที่จะยกระดับงานให้มีความเป็นสากลและครอบคลุมการ สร้างเสริมสุขภาวะ ในทุกมิติให้มากยิ่งขึ้น
“สำหรับโครงการนี้มีความคาดหวังว่านักศึกษาจะได้เห็นผลงานวิจัยของอาจารย์และมีแนวคิดในการพัฒนาต่อยอด โดยได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องของงานวิจัยกับอาจารย์ต่างสาขาวิชาชีพ ซึ่งขณะนี้อาจารย์ในคณะฯ ได้ดำเนินโครงการวิจัยที่เป็นการพัฒนานวัตรกรรมร่วมกับ สวทช. และมีความคาดหวังว่าในปีต่อไปจะมีการผลิตนวัตกรรมร่วมกับคณะต่างๆ และองค์กรภายนอกมากขึ้น” อ.ดร.โชติกา ลักษณะพุกก์ กล่าว

ด้าน คุณนฤศันส์ ธันวารชร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) InnoSpace (Thailand) กล่าวว่า สิ่งที่นักศึกษาจะได้ประโยชน์จากเข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้คือ การได้เห็นโอกาสของการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมเข้าไปผสมกับวิทยาศาสตร์ เอาสิ่งที่กำลังเรียนอยู่ไปผสมกับไอเดีย เทคโนโลยี แล้วให้ออกมากลายเป็นธุรกิจได้ ผมคิดว่าทุกวันนี้การเป็นเจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องไปเรียน BBA หรือการเป็นผู้ประกอบการ แต่คนที่เรียนด้านวิทยาศาสตร์ หรือเทคโนโลยีล้ำลึกที่มองเห็นโอกาสสามารถนำมาต่อยอดได้

“สำหรับน้อง ๆ นักศึกษาอาจจะอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง การที่เขาได้มาเรียนทางด้านนี้ผมว่าเป็นข้อได้เปรียบหลายๆ ด้าน ซึ่งเป็นแนวโน้มโลกที่ไม่ได้แปลว่าทุกคนที่จะมีโอกาสเข้ามาตรงนี้ การฟื้นฟูสุขภาพ แล้วก็อาหาร ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกันคือเราอย่าไปหยุดแค่ว่าเราทำแค่การฟื้นฟู หรือทำแค่นักกายภาพบำบัด แต่ถ้ามองไปข้าวหน้ามันมีอะไรให้เชื่อมโยงหลายอย่าง ซึ่งอยู่ที่ว่าเราจะไปทางไหน แล้วก็อยากสนับสนุนคณาจารย์ด้วยครับ จริงๆ ไม่ใช่แค่นักศึกษาอย่างเดียว ทั้งนี้ คณะและมหาวิทยาลัยควรมีบทบาทหลักในการผลักดันระบบบริหารจัดการนวัตกรรม เพื่อสร้างโอกาสในตลาดระดับโลกให้กับนักศึกษาและนักวิจัยต่อไป” คุณนฤศันส์ กล่าว
**************************************





ใส่ความเห็น