“ค้นหา ทดลอง ปรับตัว สร้างโอกาสใหม่ให้กับชีวิต เติมเต็มความสุขโลกชีวิตจริง”

          เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์ นักแสดง นายแบบ เจ้าของธุรกิจร้านทอง และแบรนด์เสื้อผ้า greatitude.studio ศิษย์เก่าสาขาวิชาการออกแบบภายใน วิทยาลัยการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต กับเส้นทางการค้นหาตัวตนที่มีความยืดหยุ่น และมักเปิดโอกาสใหม่ ๆ เข้ามาเพื่อให้ตัวเองได้เรียนรู้ ทดลอง ปรับตัวกับความท้ายทายในชีวิต เพื่อเติมเต็มความสุขและความฝันของตัวเองในโลกแห่งความเป็นจริง

อาชีพปัจจุบันของพี่เกรทเรียกว่าเดินบนเส้นทางของการเป็นนักแสดงเป็นหลัก ความถนัดส่วนใหญ่ของพี่เกรทบนสายอาชีพสามารถทำงานได้หลากหลายมากไม่ว่าจะเป็นงานแสดง งานพิธีกร งานถ่ายแบบ งาน Event ต่างๆ ของวงการบันเทิง สำหรับพี่เกรทแล้วเรียกว่าเป็นนักแสดงอาชีพมากประสบการณ์กว่า 20 ปี นอกจากนี้พี่เกรทยังมีกลิ่นไอของความสามารถด้านกีฬา และเป็นนักกีฬาฟุตบอลที่หลายคนมักจะเห็นในการแข่งขันฟุตบอลต่าง ๆ รวมอยู่ด้วย ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจส่วนไปพร้อมกัน

ย้อนอดีตก่อนมาสู่อาชีพ “นักแสดง”

          ช่วงมัธยมศึกษาตอนปลายของพี่เกรทนั้นเรียนที่โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย จังหวัดลพบุรี ในสายวิทย์-คณิต เรียกว่าเน้นมาทางวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีวะฯ ซึ่งมีพื้นฐานมาทางสายวิทย์ค่อนข้างแน่น แต่จุดเปลี่ยนที่ตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางข้ามจากแนวสายวิทย์มาเรียนสายออกแบบ หรือ Interior Design ที่ดูเหมือนจะไม่ตรงสายนั้นเลย โดยมีที่มาจากการที่พี่เกรทชอบทำกิจกรรม ชอบเล่นกีฬา ซึ่งพี่เกรทประเมินตัวเองแล้วว่าถ้าตัวเราเป็นสายที่ไม่อยากเรียนแบบกดดันตัวเองมากเกินไป แต่ยังคงมีเป้าหมายจากการปลูกฝังของครอบครัวว่าต้องเป็นแบบอย่างที่ดี เรียนให้จบ มีงานทำ กลับมาทำธุรกิจที่บ้าน ซึ่งพี่เกรทไม่ถูกกดดันเรื่องการเรียนจากทางบ้าน จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้สึกสบายใจมาก และสามารถเปลี่ยนทิศไปเรียนสิ่งที่ชอบได้โดยไม่ต้องลังเล

          เมื่อถึงช่วงที่ต้องเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัย จังหวะนั้นเรื่องที่อยู่ในความสนใจส่วนใหญ่มุ่งไปในเรื่องการตกแต่งบ้าน งานออกแบบตกแต่งภายใน อยากเรียนรู้ อยากศึกษา จึงเริ่มมองหาคณะที่เปิดสอนสายนี้ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐ และเอกชน จนมาลงเอยที่สาขาวิชาการออกแบบภายใน คณะศิลปกรรม (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นวิทยาลัยการออกแบบ) มหาวิทยาลัยรังสิต ด้วยเหตุผลที่ว่าได้มีโอกาสรับฟังข้อมูลแนะแนวการศึกษาต่อของมหาวิทยาลัยรังสิตที่มาให้ข้อมูลที่โรงเรียนในช่วงนั้น เลยรู้สึกว่าสาขานี้น่าสนใจตรงกับความชอบพอดีถึงแม้จะไม่มีพื้นฐานเลยก็ตาม แต่ตั้งเป้าในใจว่าต้องเรียนอันนี้ให้จบแล้วก็จะกลับไปทำธุรกิจที่บ้าน

          ความตั้งใจที่จะเรียน Interior Design ให้จบได้เริ่มต้นขึ้น ก่อนไปเรียนที่มหาวิทยาลัยจริง พี่เกรทเริ่มศึกษาเรียนเพิ่มเติมวิชาพื้นฐานอย่าง Drawing และวิชาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเติมเต็มสกิลเบื้องต้นก่อน มีการเตรียมความพร้อมให้กับตัวเอง แต่ยอมรับว่าอาจจะสู้คนที่เรียนสายศิลป์ไม่ได้ ฝีมือการวาดรูปและการออกแบบพี่เกรทนิยามกับตัวเองว่าอาจทำได้ไม่ดีมาก อาศัยได้ดูเยอะ เสพเยอะ ค้นหาตัวอย่าง และกรณีศึกษาผลงานจากหนังสือ และนักออกแบบไว้มากมาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นคลังข้อมูลช่วยในการเรียนและการทำงาน ทุกครั้งที่เข้าเรียนตั้งแต่ตอนปี 1 จนถึง ปี 4  มีความยากง่ายสลับกันไป วิชาไหนพี่เกรททำได้ก็ไปช่วยเพื่อน วิชาไหนไม่ได้เพื่อนก็ช่วย ประคับประครองกัน เรียกว่ามีเพื่อนที่ดีคอยช่วยเหลือทำให้เรียนจบได้ตามกำหนด

เส้นทางการเปลี่ยนแปลงชีวิตคือบทเรียนที่ท้าทาย

          เส้นทางชีวิตการเรียน การทำงาน ของพี่เกรทที่เรียนจนจบมานั้น อาจดูเหมือนไม่ได้ตรงกับอาชีพปัจจุบันที่ทำอยู่เลยก็ตาม จากเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่งเข้ามาเรียนในเมือง มาเจอกับช่วงจังหวะของชีวิตที่ได้รับโอกาสจากวงการบันเทิงระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยจึงเป็นช่วงเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงและต้องทำงานไปด้วย งาน Casting ต่าง ๆ เริ่มเข้ามามากพอสมควร อาทิ งานแสดง, Fashion Show, งานโฆษณา และอีเว้นท์ ซึ่งพี่เกรทคว้าโอกาสนั้นไว้ทั้งหมด และสนุกกับทุกงานที่ได้ทำ ความเต็มที่กับทุกงานเป็นประสบการณ์ที่เข้ามาในชีวิต กระทั่งเรียนจบสาขาวิชาการออกแบบภายใน จึงไม่ได้หวนกลับไปทำงานสายนี้เลย เส้นทางชีวิตของพี่เกรทจึงเป็นนักแสดงเต็มตัว และเป็นอาชีพที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ทำเช่นกัน

          แม้จะไม่ได้ทำงานด้าน Interior Design แต่ไม่เคยรู้สึกเสียดายเพราะ “ทุกวันนี้ Interior Design ยังคงเป็นสกิลที่ติดตัวอยู่” พอมองย้อนกลับมาถึงประสบการณ์ที่เรียนมานั้นยังคงใช้ได้อยู่ พี่เกรทให้มุมมองว่า “ถึงแม้จะไม่ได้นำไปใช้สายออกแบบโดยตรง หรือเป็น Interior Designer ก็ตาม ในแง่ของคอนเซ็ปต์วิชาการหรือพื้นฐานงานออกแบบภายในที่ได้เรียนและทำโปรเจ็กต์ตลอด 4 ปี ผมได้ใช้ความรู้เหล่านั้นในชีวิตจริง โดยเฉพาะกับการตกแต่งบ้านของตัวเอง สกิลที่ยังคงติดตัวอยู่ทำให้ลงมือร่างแบบที่อยากตกแต่งได้เอง การคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาออกแบบบ้านให้ การเลือกวัสดุและอุปกรณ์ตกแต่งด้วยตัวเองเป็นสิ่งที่ไม่ได้หายไปจากความทรงจำ ชุดความรู้ที่ได้เรียนมาจะผุดขึ้นมาทันทีที่เราลงรายละเอียดในงานออกแบบ ในฐานะคนเคยเรียนมารู้สึกดีใจมากที่ได้ใช้ความรู้ตรงนี้กับบ้านของตัวเอง ซึ่งรู้สึกภูมิใจกับสกิลที่ตัวเองยังมีและเอามาใช้ได้จริง”

สั่งสมประสบการณ์ เพื่อพัฒนาตัวเอง เพิ่มโอกาสในชีวิต

          ประสบการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งสำคัญเรื่องหนึ่งที่พี่เกรทย้ำตลอดว่า ทุกเรื่องที่เราพบเจอไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศการเรียน สังคมในรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อน อาจารย์ ได้สอนพี่เกรทหลายอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของการเข้าสังคม การปรับตัวพบเจอสังคมใหม่ การทำงานร่วมกับผู้อื่น สิ่งเหล่านี้ได้มาจากการตอนเรียน ตอนทำงานกลุ่มกับเพื่อน การได้ทดลองทำงานที่ไม่ถนัด ช่วยเหลือสิ่งกันและกัน เป็นต้น เหล่านี้ล้วนเป็นการฝึกทักษะตัวเองทั้งเรื่องความพยายาม ความมุ่งมั่นที่จะทำให้ได้ รวมถึงการเป็นคนหยืดหยุ่นปรับตัวง่าย การทำให้เรามี Empathy หรือการรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น เป็นต้น เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงเป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญอยู่ตลอด เราสามารถใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยให้สนุก เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้เต็มที่ที่สุด ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน และแน่นอนว่าจะทำให้เราออกมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุขด้วย

          ในฐานะรุ่นพี่ ในฐานะศิษย์เก่า และในฐานะผู้สอน ซึ่งเป็นบทบาทใหม่ที่พี่เกรทได้รับโอกาสกลับมาในฐานะอาจารย์ถ่ายทอดแบ่งปันประสบการณ์ให้แก่นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย รวมถึงน้อง ๆ ที่กำลังค้นหาตัวเอง “อยากให้ค้นพบตัวเองให้เร็ว เพราะทุกวันนี้เรามีโซเชียลมีเดียที่เปิดกว้าง ศึกษา ค้นหาข้อมูลได้เยอะแยะมากมาย ใครอยากเป็นอะไร อยากรู้ว่าตัวเองถนัดอะไร ชอบสิ่งไหน ก็สามารถเสิร์ชหาข้อมูล และลองทำได้ ดังนั้นอยากให้น้อง ๆ หมั่นสำรวจตัวเองบ่อย ๆ ว่าเราอยากทำอะไรในอนาคต เพื่อทบทวนแผนชีวิตของตัวเองจะช่วยลดการลองผิดลองถูกได้ระดับหนึ่ง แน่นอนว่าหากใครเจอตัวเองเร็วก็จะได้เปรียบ เพราะเราสามารถมุ่งเป้าไปทำสิ่งนั้นได้ทันที หรืออาจเป็นจุดเริ่มต้นการทำงานที่เรารักได้ทันทีซึ่งเราก็จะทำได้ดีไปด้วย”

          พี่เกรทใช้ประสบการณ์ที่ตัวเองพบเจอมาประกอบร่างภาพเป็น My Map ของตัวเองเพื่อเป็นสูตรทางลัดสู่รุ่นน้อง เปรียบเสมือนให้ทุกคนได้เปิดอ่านบทสรุปที่พี่เกรทนำมาถ่ายทอดเป็นกรณีตัวอย่าง หากบทสรุปของพี่เกรทสร้างคุณค่าให้ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตของตัวเองวางเส้นทางการพัฒนาตัวเองไปสู่เป้าหมาย หรือไปสู่ความสำเร็จที่ตั้งไว้ได้เร็ว ผนวกกับการสนับสนุนของครอบครัว ที่เข้าใจและไม่ถูกกดดันว่าต้องจบไปเป็นอะไร ต้องทำงานตรงตามสายตามที่เรียนมาหรือไม่นั้น ให้คิดว่าสำคัญคือเราต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน มีกรอบแนวทางที่จะเดินว่าเราจะไม่นอกลู่นอกทาง อยากให้ทุกคนมีความจริงจังและเต็มที่ทุกเส้นทางเหมือนกับพี่เกรท ที่แม้เส้นทางอาจพลิกผันสายอาชีพออกแบบไปสู่นักแสดงก็ไม่ได้หมายความว่าเราไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง แต่เราอยู่ภายใต้กรอบที่เรากำหนดเองเพื่อเติมเต็มความสุขโลกชีวิตจริงนั่นเอง

          การใช้เข็มทิศใหม่ของพี่เกรทที่เชื่อว่า “ค้นหา ทดลอง ปรับตัว สร้างโอกาสใหม่ ” มานำทางให้กับชีวิต เป็นสิ่งที่ทุกคนก็มีเช่นกัน จงหมั่นค้นหา ทดลอง ปรับตัว สร้างโอกาสใหม่ตลอดเวลา สุดท้ายก็ถึงจุดหมายที่ประสบความสำเร็จในแบบที่เราเองก็คาดไม่ถึง ติดตามผลงานพี่เกรท – วรินทร ปัญหกาญจน์ Instagram (@great_rider10) และแบรนด์เสื้อผ้า Instagram greatitude.studio (@greatitude.studio)

*************************************


ค้นพบเพิ่มเติมจาก Sabaidee Thailand

สมัครสมาชิกเพื่อรับเรื่องล่าสุดที่ส่งไปยังอีเมลของคุณ.

ใส่ความเห็น

ค้นพบเพิ่มเติมจาก Sabaidee Thailand

สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่ออ่านต่อและเข้าถึงคลังเก็บทั้งหมด.

อ่านต่อ