วันเด็กแห่งชาติกำลังใกล้เข้ามา คุณพ่อ คุณแม่ หลายคนอาจนึกถึงของขวัญ ของเล่น หรือกิจกรรมสนุกสนานที่อยากมอบให้เด็กๆ เพื่อสร้างรอยยิ้ม แต่รู้หรือไม่ว่า ยังมีของขวัญอีกชิ้นหนึ่งที่ไม่ต้องห่อกระดาษ ไม่ต้องใช้งบประมาณมาก และมีคุณค่าต่อหัวใจของเด็กอย่างยิ่ง นั่นคือ การรับฟังอย่างเข้าใจ
แม้หลายคนอาจมองว่าเรื่องสุขภาพจิตเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้วเริ่มต้นได้ง่ายกว่าที่คิด เพียงแค่ผู้ใหญ่เปิดใจฟังเด็กอย่างตั้งใจ “ศิลปะของการรับฟัง” จึงไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจ หรือ เซฟโซน ที่ช่วยให้เด็ก ๆ กล้าเป็นตัวเอง กล้าแสดงความรู้สึก และเติบโตอย่างมั่นคง แข็งแรงทั้งกายและใจตั้งแต่วันนี้
วันนี้ มูลนิธิเด็กโสสะฯ จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจ “ศิลปะของการรับฟัง” ของขวัญวันเด็กที่เรียบง่าย แต่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพื่อให้ผู้ใหญ่ทุกคนสามารถเป็นเซฟโซนที่เข้าใจและอยู่เคียงข้างเด็ก ๆ ได้อย่างแท้จริง

  1. สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น: ปล่อยให้เด็กเป็นตัวเอง
    บรรยากาศในครอบครัวมีบทบาทสำคัญต่อการที่เด็กจะกล้าเปิดใจพูดคุย ผู้ใหญ่ควรสร้างพื้นที่ที่อบอุ่นและเป็นมิตร ให้เด็กรู้สึกปลอดภัย สามารถเป็นตัวเองได้โดยไม่กลัวการตำหนิ เมื่อเด็กรู้สึกปลอดภัยทางใจ พวกเขาจะพร้อมเรียนรู้และเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ
    วิธีสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยและอบอุ่น
    -กำหนดเวลาพูดคุย เช่น ช่วงทานข้าวหรือก่อนนอน เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้เล่าเรื่องราวของตัวเอง
    -ทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น วาดรูป อ่านหนังสือ หรือทำอาหาร เพื่อช่วยให้เด็กผ่อนคลายและกล้าเปิดใจ
    -แสดงความรักอย่างสม่ำเสมอ ผ่านการกอด คำชม และการยอมรับ เพื่อสร้างความมั่นคงทางใจให้เด็ก

2.รับฟังโดยไม่ตัดสิน : ก้าวแรกสู่ความไว้วางใจที่ยั่งยืน
ในโลกที่เด็กต้องเผชิญแรงกดดันไม่ต่างจากผู้ใหญ่ การรับฟังโดยไม่ด่วนตัดสินหรือให้คำแนะนำทันที เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เด็กรู้สึกว่าความคิดและความรู้สึกของตนมีคุณค่า การพูดที่ลดทอนความรู้สึก อาจทำให้เด็กไม่กล้าเปิดใจอีกต่อไป

เทคนิคการรับฟังเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย
-ใช้ภาษากายที่ใส่ใจ เช่น สบตา พยักหน้า หรืออยู่ในระดับสายตาเดียวกับเด็ก
-ให้เด็กพูดอย่างเต็มที่ ไม่ขัดจังหวะ และไม่รีบสรุปหรือแนะนำ
-ตั้งคำถามปลายเปิด เพื่อช่วยให้เด็กได้ถ่ายทอดและทำความเข้าใจความรู้สึกของตนเอง

3.ทำความเข้าใจอารมณ์ : เชื่อมโยงความรู้สึกของเด็ก
หลังจากเด็กได้เล่าเรื่องราวแล้ว ผู้ใหญ่ควรให้ความสำคัญกับอารมณ์ที่อยู่เบื้องหลังคำพูด โดยช่วยให้เด็กเรียนรู้และระบุความรู้สึกของตนเอง ผ่านการยอมรับและสะท้อนอารมณ์อย่างเข้าใจ การรับรู้และยอมรับความรู้สึกของเด็ก จะช่วยให้เขากล้าแสดงออกและจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) และสุขภาพจิตที่ดีในระยะยาว

สัญญาณอารมณ์ที่ควรสังเกต
-ภาษากายและสีหน้า เช่น แววตา น้ำเสียง หรือท่าทางที่อาจไม่ตรงกับคำพูด
-การสะท้อนอารมณ์กลับ เพื่อยืนยันความเข้าใจ และทำให้เด็กรู้สึกว่ามีคนรับฟังและห่วงใย

4.รับฟังอย่างต่อเนื่อง : ภารกิจระยะยาวของผู้ใหญ่
การดูแลสุขภาพจิตของเด็กไม่ใช่เรื่องที่ทำแค่ครั้งคราว แต่เป็นภารกิจระยะยาวที่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอ ผู้ใหญ่ควรแสดงให้เด็กเห็นว่าเราพร้อมที่จะรับฟังเขาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม

อ่านเพิ่มเติม https://www.sosthailand.org/blogs/2025/listening-safe-zone-for-children

ทั้งนี้ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ เด็กๆจะได้ร่วมกิจกรรมสนุกสนานจากทั้งในหมู่บ้าน และกิจกรรมภายนอกที่ชุมชน หน่วยงานต่างๆ จัดขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้รับความสุข แต่ยังได้เรียนรู้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการเติบโต สร้างอนาคตที่ดีให้กับตัวเองต่อไปค่ะ
รอยยิ้มและความสุขของเด็ก ๆ ในวันนี้ เกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนและน้ำใจของผู้มีจิตเมตตาทุกท่าน ครอบครัวโสสะขอขอบพระคุณในทุกความรัก ความห่วงใย และการสนับสนุนที่มอบให้กับเด็ก ๆ ในครอบครัวโสสะมาโดยตลอดค่ะ

ร่วมช่วยเหลือเด็กกำพร้าและขาดโอกาส ร่วม 600 คน ให้ได้เติบโตด้วยความรัก และสามารถพึ่งพาตนเองได้ที่ เว็บไซต์ https://www.sosthailand.org/donate-now

และรับชมคลิป The Pretty Life มากกว่าโตได้คือโตดี ที่สะท้อนการเติบโตของเด็ก ๆ ในครอบครัวโสสะ ภายใต้การดูแลที่เปี่ยมด้วยความรักและความเข้าใจ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนของทุกท่าน ที่ร่วมกันสร้างชีวิตที่ดีให้กับเด็ก ๆ ทุกคน
https://www.youtube.com/watch?v=QkG8XaVlFX0


ค้นพบเพิ่มเติมจาก Sabaidee Thailand

สมัครสมาชิกเพื่อรับเรื่องล่าสุดที่ส่งไปยังอีเมลของคุณ.

ใส่ความเห็น

ค้นพบเพิ่มเติมจาก Sabaidee Thailand

สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่ออ่านต่อและเข้าถึงคลังเก็บทั้งหมด.

อ่านต่อ