ชนิดาภา สนิมทอง เจ้าของแบรนด์ครีมรองพื้น MERPE นักธุรกิจรุ่นใหม่ สาวนักสู้ที่ผ่านการทำงานมาแล้วหลากหลายอย่าง ล่าสุดกับการสร้างแบรนด์น้องใหม่ ผลิตภัณฑ์รองพื้นซึ่งกำลังเป็นครีมซองตัวดังใน 7-Eleven กว่าจะประสบความสำเร็จในวันนี้ เคยโดนปฏิเสธมาแล้วนับ 10 ครั้ง ไม่มีรายได้ครึ่งปี แต่สุดท้ายก็กัดฟันสู้จนสามารถพาแบรนด์ MERPE ทำยอดขายในระยะเวลา 2 เดือน มียอดจำหน่ายกว่า 2,000,000 บาท

ชนิดาภาเล่าถึงเส้นทางความสำเร็จบนเส้นทางธุรกิจให้ฟังว่าก่อนจะเริ่มทำธุรกิจเป็นของตัวเอง ได้ทำงานประจำมาก่อน อาทิ บริษัทออแกไนซ์ เซลล์ยา ขายเพชร ขายประกัน ขายเสื้อผ้ามือสอง ขายคอนโด ทำธุรกิจบ้านเช่า รีวิวสินค้า เป็นอินฟลูเอนเซอร์ เปิดร้านขนมปังญี่ปุ่นเจปัง เป็นต้น เรียกว่าลองผิดลองถูกมาโดยตลอด ปังบ้าง พังบ้าง แต่ก็บอกกับตัวเองเสมอว่า กว่าจะมาถึงจุดนี้ ต้องกล้าที่จะชน เพราะการทำธุรกิจไม่ง่าย แม้วันที่ล้มไม่เป็นท่า หรือเจ๊งแทบไปต่อไม่ไหว ที่สุดแล้วเราจะได้บทเรียนกลับมาเสมอ ซึ่งตอนที่เปิดร้านขนมปังตอนนั้นมีช่วงโควิดเข้ามา ทางร้านก็ได้รับผลกระทบทำให้ธุรกิจไปต่อไม่ได้ การล้มในวันนั้นทำให้ได้เรียนรู้ว่า เราไม่มีเงินทุนที่ต้องเก็บไว้สำรองในการไปต่อ หรือเพื่อแก้ปัญหาเมื่อเกิดภาวะวิกฤต ขณะเดียวกันเราเองมีประสบการณ์ไม่มากพอในเรื่องของการบริหารจัดการเพื่อให้ธุรกิจไปรอดได้

จากงานประจำสู่การทำธุรกิจ หลากหลายความผิดพลาด สู่ความตั้งใจใหม่และเป้าหมายที่ชัดเจนมากกว่าเดิม กับการเริ่มต้นทำธุรกิจเครื่องสำอาง ภายใต้แบรนด์รองพื้น MERPE โดยใช้งบลงทุนก้อนหนึ่งจากเงินเกษียณของพ่อสามี ซึ่งก็บอกกับตัวเองว่าครั้งนี้ยังไงก็ต้องไปต่อให้ได้ จากการเริ่มต้นที่ไม่มีความรู้อะไรเลย เราก็เริ่มหาข้อมูล ทำสำรวจตลาด สำรวจความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ ซึ่งตรงนี้เองก็มีโอกาสได้นำความรู้จากการเรียนในสาขาวิชาการประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต มาใช้ในการเก็บรีเสิร์ชข้อมูล การวิจัยผลิตภัณฑ์อะไรต่างๆ โดยสามารถนำความรู้มาใช้ในผลิตภัณฑ์ได้หมดทุกอย่าง เช่น ลูกค้าจะพึงพอใจในสินค้าเราอย่างไร ทำสำรวจให้ครอบคลุมหลายมิติ เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ที่เราผลิตออกมาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากที่สุด

“สำหรับแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจนี้คือ ใช้ Passion ความชอบส่วนตัวเป็นสารตั้งต้น สมัยเป็นนักศึกษาเราไม่มีเงินมากพอที่จะไปซื้อเครื่องสำอางแพงๆ เราก็มาคิดว่าวันหนึ่งถ้ามีแบรนด์เป็นของตัวเอง อย่างน้อยผู้หญิงทุกคนต้องสวยและสามารถเข้าถึงได้ จึงเป็นที่มาของการเริ่มจำหน่ายในรูปแบบครีมซอง ซึ่งกว่าจะมาเป็น MERPE ในวันนี้ ต้องบอกว่าก่อนหน้าเคยทำรองพื้นมาก่อน โดยมั่นใจว่ายังไงก็ขายได้ ซึ่งนั่นคือความคิดที่ผิด เราผลิตออกมาก่อนล่วงหน้าทั้งๆที่เราไม่รู้เลยว่าจะขายที่ไหนอย่างไร ทำให้เงินก้อนหนึ่งถูกละลายหายไปหมด แล้วรองพื้นก็กองอยู่เต็มบ้าน ขายไม่ได้ แต่ตอนที่ทำ MERPE เราได้เก็บความล้มเหลวครั้งก่อนหน้ามาเป็นบทเรียน จึงพยายามทำให้ทุกขั้นตอนผิดพลาดน้อยที่สุด แต่สุดท้ายเราก็เลือกที่จะไม่เจออุปสรรคไม่ได้ ในช่วงแรกครีมรองพื้นโดนปฏิเสธทุกห้าง ร้านขายของชำ ร้านขายเครื่องสําอาง ปฏิเสธรองพื้นเราหมดเลย เจอแม้แต่คำพูดบั่นทอนมากมาย ขายไม่ได้หรอก กลับไปทํางานประจํา เหมือนเดิมดีกว่า แต่เราก็กัดฟันสู้ ทำทุกอย่าง ไปสมัครทุกโครงการ ออกงานบ่อย จนเป็นที่รู้จักในวงการเครื่องสำอางมากขึ้น”

ชนิดาภากล่าวต่อว่า การออกบู้ธคือส่วนหนึ่งที่ทำให้คนรู้จักแบรนด์เรามากขึ้น ขณะเดียวกับแบรนด์เองก็ได้แลกเปลี่ยนกับกลุ่มลูกค้า ทำให้สามารถพัฒนาและวางแผนการตลาดต่อได้ ซึ่งตอนที่ออกบู้ธก็มีคนมาติดต่อเพื่อที่จะเอาแบรนด์เราไปขายที่ 7-Eleven แต่หลังจากนั้นกลับโดนปฏิเสธมาเรื่อยๆ เกือบ 10 ครั้ง ขณะเดียวกันระหว่างนั้นเราก็ได้มีการพัฒนาการผลิตร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อคุณภาพและผลลัพธ์ที่ดีและมีการรีแบรนด์ใหม่เปลี่ยน Packaging ใหม่หมด ปรับกันเกือบ 50 ครั้ง จนในที่สุด “MERPE” ก็สามารถวางขายได้ใน 7-Eleven ได้ โดยในระยะเวลาภายใน 2 เดือนแรกที่วางขายมียอดจำหน่ายกว่า 50,000 ซอง ทำยอดรายได้กว่า 2,000,000 บาท ซึ่งปัจจุบันนี้แบรนด์ MERPE ก็ยังไม่หยุดพัฒนา วางขายมาแล้วกว่า 5 เดือน ยอดขายเข้าสู่ 5,000,000 บาท และเร็วๆ นี้จะมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางน้องใหม่ภายใต้แบรนด์ MERPE มาให้ลูกค้ากลุ่มผู้หญิงได้ลองใช้กันอีกแน่นอน

ปัจจุบัน “MERPE” ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน โดยจุดเด่นของรองพื้น MERPE คือ การปกปิดเรียบเนียนเป็นธรรมชาติเนื้อ FLUID ทําให้เกลี่ยง่ายเนียนไปกับผิว ติดทน ไม่เยิ้มระหว่างวัน ซึ่งมีผลิตออกมาเพียงแค่ 1 เฉดสีเท่านั้น เพราะผิวคนไทยส่วนใหญ่เป็นผิวขาว ขาวเหลือง ผิวสองสี ตอบโจทย์และเหมาะกับผิวสาวไทยที่สุด สำหรับผู้ที่สนใจสามารถซื้อ รองพื้น MERPE (แบบซอง 5 mL) ได้ที่ 7-Eleven ทั่วประเทศ หรือติดตามได้ที่ http://www.facebook.com/Merpe.official/

ชนิดาภา ฝากทิ้งท้ายสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจว่า“การแค่ได้เริ่ม ได้ลองทำ มันคือโอกาส เมื่อก่อนเป็นคนที่รับไม่ได้ในเรื่องความล้มเหลว กลัวเรื่องการปฏิเสธ กลัวทุกอย่าง กว่าเราจะมาอยู่จุดนี้ได้ต้องกล้าชนกับทุกอย่าง ที่ผ่านมาแม้ว่าเรื่องเล่าระหว่างทางจะไม่ได้สวยงาม ทางที่เดินมามีแต่คำปฏิเสธ คำดูถูก หรืออะไรก็ตามที่มันบั่นทอนเรา เก็บสิ่งเหล่านั้นมาเป็นแรงผลักดัน เชื่อมั่นในตัวเอง ยังไงก็สำเร็จแน่นอน”

****************************


ค้นพบเพิ่มเติมจาก Sabaidee Thailand

สมัครสมาชิกเพื่อรับเรื่องล่าสุดที่ส่งไปยังอีเมลของคุณ.

ใส่ความเห็น

ค้นพบเพิ่มเติมจาก Sabaidee Thailand

สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่ออ่านต่อและเข้าถึงคลังเก็บทั้งหมด.

อ่านต่อ